หางานขายและพัฒนาธุรกิจ

ไม่พลาดงานที่ใช่

รับประกาศงานใหม่ที่ตรงกับการค้นหานี้ ฟรี ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

ค้นหางานขายและพัฒนาธุรกิจที่เหมาะกับคุณ

กำลังมองหางานขาย งานเซลล์, สมัครงานขาย, พนักงานขาย, Sales Executive, Sales Representative, งานพัฒนาธุรกิจ, Business Development, งานประสานงานขาย, ผู้จัดการฝ่ายขาย, งานขายไม่มีประสบการณ์หรืองานพัฒนาธุรกิจ เริ่มต้นจากการเลือกตำแหน่งที่ตรงกับลักษณะงานที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอสินค้า การหาลูกค้าใหม่ การดูแลลูกค้าเดิม การประสานงานฝ่ายขาย หรือการวางแผนขยายโอกาสทางธุรกิจ

ใช้หมวดขายและพัฒนาธุรกิจบน JobHolic เพื่อสำรวจประกาศงาน เปรียบเทียบหน้าที่ คุณสมบัติ สถานที่ทำงาน และข้อมูลรายได้ที่นายจ้างระบุ โดยในหน้านี้มีตัวกรองประเภทงาน พื้นที่ และเงินเดือนขั้นต่ำสำหรับช่วยจำกัดขอบเขตการค้นหา 

ก่อนสมัคร ควรพิจารณาให้มากกว่าชื่อตำแหน่งหรือรายได้ที่แสดงในประกาศ ลองถามตัวเองว่าอยากขายสินค้าประเภทใด ถนัดดูแลลูกค้าแบบไหน พร้อมเดินทางมากน้อยเพียงใด และต้องการเติบโตเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขายหรือผู้บริหารทีม คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้เลือกอ่านประกาศได้อย่างมีทิศทาง

ตำแหน่งงานขายและพัฒนาธุรกิจที่ควรใช้ค้นหา

พนักงานขายและผู้แทนขาย: Sales Executive / Sales Representative

งานกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการนำเสนอสินค้าและบริการ ติดต่อผู้สนใจหรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จัดทำข้อเสนอ เจรจาเงื่อนไข และติดตามการขาย รวมถึงประสานงานเพื่อตอบคำถามหรือแก้ปัญหาหลังการขายตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย 

เมื่ออ่านประกาศ Sales Executive หรือ Sales Representative ควรตรวจสอบว่าต้องหาลูกค้าใหม่เองหรือรับผิดชอบฐานลูกค้าที่บริษัทมีอยู่แล้ว ต้องออกพบลูกค้าหรือทำงานประจำสถานที่ และรับผิดชอบพื้นที่ใดบ้าง

สำหรับผู้ที่สนใจงานขายภาคสนาม ลองใช้คำค้นเพิ่มเติม เช่น “ผู้แทนขาย” “พนักงานขายประจำพื้นที่” หรือ “Field Sales” แล้วตรวจสอบรายละเอียดการเดินทางและค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจสมัคร

งานขายทางโทรศัพท์และงานขายจากสำนักงาน: Telesales / Inside Sales

ผู้สนใจงานขายผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์สามารถเริ่มค้นหาจากตำแหน่ง Telesales หรือพนักงานขายทางโทรศัพท์ ลักษณะงานอาจเกี่ยวข้องกับการแนะนำสินค้า อธิบายข้อเสนอ ตอบคำถาม บันทึกข้อมูลผู้สนใจ และติดตามผลการติดต่อ 

สำหรับประกาศ Inside Sales ควรอ่านเพิ่มเติมว่าบริษัทให้ติดต่อผ่านช่องทางใดบ้าง เช่น โทรศัพท์ อีเมล หรือการประชุมออนไลน์ และต้องรับผิดชอบถึงขั้นตอนใด ตั้งแต่คัดกรองผู้สนใจ นัดหมาย ไปจนถึงเจรจาและปิดการขาย

ก่อนสมัคร ควรถามว่าบริษัทมีรายชื่อผู้สนใจให้หรือไม่ ต้องติดต่อคนที่ยังไม่รู้จักสินค้าเป็นหลักหรือไม่ และประเมินผลงานจากอะไร อย่าพิจารณาเฉพาะจำนวนการโทรโดยไม่ดูคุณภาพของรายชื่อและเป้าหมายที่ต้องทำร่วมกัน

งานขายและดูแลลูกค้าองค์กร: Account Executive / Account Manager / Key Account

ผู้ที่สนใจทำงานกับลูกค้าองค์กรควรลองค้นหาชื่อตำแหน่ง Account Executive, Account Manager หรือ Key Account แล้วอ่านขอบเขตความรับผิดชอบอย่างละเอียด

ประเด็นที่ควรตรวจสอบคือ งานเน้นหาลูกค้าใหม่ ดูแลลูกค้าที่มีอยู่ เพิ่มยอดซื้อ ต่ออายุบริการ หรือประสานงานโครงการให้ลูกค้า และต้องรับผิดชอบบัญชีลูกค้าจำนวนเท่าใด

อย่าใช้คำว่า “Account” เพียงอย่างเดียวตัดสินว่าตำแหน่งนั้นเป็นงานดูแลลูกค้าเดิมทั้งหมด ควรถามให้ชัดว่ามีเป้าหมายเปิดลูกค้าใหม่ด้วยหรือไม่ ใครเป็นผู้รับผิดชอบการส่งมอบ และผู้สมัครต้องติดตามงานหลังปิดการขายต่อเนื่องแค่ไหน

งานพัฒนาธุรกิจ: Business Development

งานพัฒนาธุรกิจให้ความสำคัญกับการค้นหาโอกาสเติบโตขององค์กร เช่น วิเคราะห์ตลาด สำรวจโอกาสทางธุรกิจ สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือผู้เกี่ยวข้อง เจรจาข้อเสนอ และวางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ โดยมีงานหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขายโดยตรง 

ก่อนสมัคร Business Development ควรดูว่าบริษัทต้องการให้คุณทำอะไรเป็นผลลัพธ์หลัก เช่น เปิดตลาดใหม่ เพิ่มจำนวนลูกค้า พัฒนาช่องทางขาย หรือสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร

ผู้ที่สนใจงานด้านนี้ควรเตรียมตัวอย่างการวิเคราะห์โอกาส การจัดทำข้อเสนอ และการประสานงานให้โครงการเดินหน้า ไม่ควรอธิบายประสบการณ์เพียงว่า “ติดต่อบริษัทต่าง ๆ” โดยไม่บอกว่าติดต่อเพื่ออะไร และมีบทบาทต่อผลลัพธ์อย่างไร

งานขายเชิงเทคนิค: Sales Engineer / Technical Sales

Sales Engineer และงานขายเชิงเทคนิคเชื่อมความเข้าใจด้านสินค้าเข้ากับความต้องการของลูกค้า ตัวอย่างหน้าที่ ได้แก่ อธิบายคุณสมบัติทางเทคนิค จัดทำข้อเสนอ สาธิตการใช้งาน และประสานงานกับวิศวกรหรือทีมที่เกี่ยวข้องเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม 

ผู้สมัครควรตรวจสอบว่าสินค้าหรือบริการต้องใช้ความรู้เฉพาะด้านใด บริษัทกำหนดวุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์แบบไหน และมีการอบรมผลิตภัณฑ์ให้หรือไม่

ในการเตรียมสมัครงาน ลองเลือกตัวอย่างที่แสดงว่าคุณสามารถอธิบายเรื่องซับซ้อนให้ลูกค้าเข้าใจ และเชื่อมคุณสมบัติของสินค้าเข้ากับปัญหาที่ลูกค้าต้องการแก้ได้ โดยไม่กล่าวอ้างความสามารถของสินค้าเกินข้อมูลจริง

งานประสานงานและสนับสนุนฝ่ายขาย: Sales Coordinator / Sales Support / Sales Admin

งานสนับสนุนฝ่ายขายเกี่ยวข้องกับการรับและจัดการคำสั่งซื้อ ดูแลข้อมูลลูกค้า ประสานการส่งมอบ ตอบข้อสอบถาม และจัดการเอกสารที่ช่วยให้กระบวนการขายดำเนินต่อได้อย่างเรียบร้อย 

ผู้ที่ถนัดงานละเอียด การติดตามสถานะ และการประสานงานหลายฝ่ายควรพิจารณาประกาศกลุ่มนี้ โดยตรวจสอบว่าเน้นเอกสารเป็นหลัก หรือต้องเสนอขายและรับผิดชอบยอดขายด้วย

ก่อนส่งเรซูเม่ ควรเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่ทำได้จริง เช่น ตรวจสอบข้อมูลคำสั่งซื้อ ติดตามกำหนดส่งสินค้า จัดระเบียบข้อมูลลูกค้า หรือใช้ตารางคำนวณสรุปสถานะงาน เพื่อให้ผู้พิจารณาเห็นความพร้อมมากกว่าคำว่า “ใช้คอมพิวเตอร์ได้”

หัวหน้างานและผู้จัดการฝ่ายขาย: Sales Supervisor / Sales Manager

งานบริหารฝ่ายขายเกี่ยวข้องกับการวางเป้าหมาย จัดสรรพื้นที่หรือความรับผิดชอบ วิเคราะห์ข้อมูลการขาย และพัฒนาทีมให้ดำเนินงานตามแผน ไม่ได้มีเฉพาะการทำยอดขายส่วนบุคคลเท่านั้น 

ผู้สมัครควรตรวจสอบขนาดทีมที่ต้องดูแล อำนาจในการตัดสินใจ เป้าหมายยอดขาย และทรัพยากรที่บริษัทมีให้ รวมถึงต้องสร้างทีมใหม่หรือเข้ามาบริหารทีมเดิม

ในการนำเสนอประสบการณ์ ควรแยกให้ชัดระหว่างผลงานที่ตนเองทำกับผลงานของทีม พร้อมอธิบายว่าคุณมีส่วนช่วยวางแผน แก้ปัญหา พัฒนาพนักงาน หรือติดตามผลอย่างไร

เลือกสมัครงานขายอย่างไรให้ตรงกับความถนัด

เริ่มจากสินค้าและกลุ่มลูกค้าที่ต้องดูแล

ก่อนตัดสินใจสมัคร ลองศึกษาว่าบริษัทขายอะไร ลูกค้าซื้อไปใช้เพื่อจุดประสงค์ใด และคุณต้องเรียนรู้ข้อมูลส่วนไหนเพิ่มเติม

หากเคยทำงานกับสินค้าใกล้เคียงกัน ควรอธิบายว่าประสบการณ์เดิมช่วยให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างไร แต่หากต้องการเปลี่ยนอุตสาหกรรม ให้เตรียมเหตุผลที่สนใจและแผนเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ แทนการคาดหวังว่าประสบการณ์ขายเดิมจะใช้แทนความรู้เฉพาะด้านได้ทั้งหมด

แยกงานหาลูกค้าใหม่ออกจากงานดูแลฐานลูกค้า

ใช้คำถามง่าย ๆ ระหว่างอ่านประกาศว่า “เมื่อเริ่มงานแล้ว ฉันต้องสร้างโอกาสขายจากจุดใด”

ควรถามว่าบริษัทมีฐานลูกค้าให้หรือไม่ มีทีมการตลาดช่วยส่งต่อผู้สนใจหรือไม่ และผู้สมัครต้องรับผิดชอบตั้งแต่ค้นหารายชื่อไปจนถึงปิดการขายเองทั้งหมดหรือไม่

ข้อมูลนี้ช่วยให้คุณประเมินความเหมาะสมของเป้าหมายและเตรียมตัวได้ตรงจุด โดยไม่ด่วนสรุปว่าตำแหน่งที่มีชื่อเหมือนกันจะมีรูปแบบการทำงานเหมือนกัน

ตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบและรูปแบบการทำงาน

สำหรับงานที่ต้องออกพบลูกค้า ควรถามให้ชัดเรื่องพื้นที่ ความถี่ในการเดินทาง การค้างคืนต่างจังหวัด และการใช้รถส่วนตัว

สำหรับงานที่ระบุว่าประจำสำนักงาน ควรตรวจสอบว่ามีการออกบูธ เยี่ยมลูกค้า หรือเข้าร่วมกิจกรรมนอกสถานที่ด้วยหรือไม่ ส่วนงานที่ระบุ Hybrid หรือ Remote ต้องอ่านเงื่อนไขวันเข้าออฟฟิศและการพบลูกค้าเพิ่มเติมก่อนสมัคร

อย่าประเมินความสะดวกจากที่ตั้งสำนักงานใหญ่เพียงอย่างเดียว ควรดูพื้นที่ที่ต้องทำงานจริงควบคู่กัน

ทำความเข้าใจเป้าหมายและการประเมินผลงาน

ก่อนรับข้อเสนอ ควรถามว่าต้องรับผิดชอบยอดขายเท่าใด มีเป้าหมายเปิดลูกค้าใหม่หรือรักษาลูกค้าเดิมด้วยหรือไม่ และประเมินผลเป็นรายเดือน รายไตรมาส หรือรูปแบบอื่น

ควรถามต่อว่าช่วงเริ่มงานมีเวลาเรียนรู้ผลิตภัณฑ์และสร้างฐานลูกค้าอย่างไร ใครเป็นผู้สอนงาน และบริษัทมีเครื่องมือหรือข้อมูลอะไรสนับสนุนบ้าง

เป้าหมายที่ระบุชัดเจนจะช่วยให้คุณเปรียบเทียบข้อเสนองานจากหลายบริษัทบนเงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน มากกว่าดูเพียงชื่อตำแหน่งหรือรายได้สูงสุดที่ประกาศไว้

เงินเดือนงานขายและค่าคอมมิชชั่นควรพิจารณาอย่างไร

ฐานเงินเดือนกับรายได้รวมไม่ใช่ข้อมูลเดียวกัน ตัวเลขรายได้ในประกาศอาจรวมส่วนที่ขึ้นอยู่กับการทำได้ตามเป้าหมาย จึงควรตรวจสอบว่าเงินส่วนใดเป็นฐาน และส่วนใดต้องทำตามเงื่อนไขจึงจะได้รับ 

แยกฐานเงินเดือนออกจากรายได้ตามผลงาน

เริ่มจากสอบถามฐานเงินเดือนที่บริษัทเสนอ และตรวจสอบว่าตัวเลขรายได้ที่ใช้ประชาสัมพันธ์รวมค่าคอมมิชชั่นหรือเงินจูงใจประเภทอื่นแล้วหรือไม่

หากประกาศใช้คำว่า “รายได้สูงสุด” ควรถามว่าต้องทำผลงานระดับใดจึงจะได้รับจำนวนดังกล่าว และอย่านำตัวเลขนั้นไปใช้เป็นรายได้แน่นอนในการวางแผนค่าใช้จ่ายส่วนตัว

ขอรายละเอียดการคิดค่าคอมมิชชั่น

ประเด็นสำคัญที่ควรถาม ได้แก่ คิดจากยอดขาย ยอดรับชำระ หรือกำไร มีเกณฑ์ขั้นต่ำก่อนเริ่มได้รับหรือไม่ และจ่ายในรอบใด

ควรถามถึงกรณีที่ลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อ คืนสินค้า หรือชำระล่าช้าด้วย รวมถึงเงื่อนไขในช่วงทดลองงาน เพื่อให้เข้าใจข้อเสนอเดียวกันก่อนเริ่มทำงาน

แทนการถามเพียงว่า “ค่าคอมดีไหม” ลองขอให้ผู้ว่าจ้างยกตัวอย่างวิธีคำนวณตามโครงสร้างจริงของตำแหน่งนั้น และขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรประกอบการพิจารณา

ตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

งานที่ต้องเดินทางควรตรวจสอบค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ และค่าโทรศัพท์ ว่าบริษัทออกให้ในรูปแบบใด ต้องสำรองจ่ายหรือไม่ และมีวงเงินเท่าใด

การเปรียบเทียบงานควรดูทั้งรายได้และค่าใช้จ่ายที่คุณต้องรับผิดชอบ ไม่ควรรวมเงินเบิกคืนค่าใช้จ่ายเข้ากับรายได้ที่นำไปใช้ส่วนตัวได้โดยอัตโนมัติ

หางานขายไม่มีประสบการณ์ ควรเริ่มจากอะไร

สำหรับผู้จบใหม่หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน ให้เริ่มจากประกาศที่ระบุว่าไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ยินดีรับผู้จบใหม่ หรือมีการสอนงาน แล้วตรวจสอบคุณสมบัติส่วนอื่นควบคู่กัน อย่าสรุปว่างานระดับเริ่มต้นทุกตำแหน่งเปิดรับผู้ไม่มีประสบการณ์เหมือนกัน

ลองทบทวนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานจริง เช่น เคยตอบคำถามลูกค้า ช่วยขายสินค้า รับคำสั่งซื้อ ประสานงานกิจกรรม หรือทำโครงงานที่ต้องนำเสนอและติดตามผล จากนั้นอธิบายว่าคุณรับผิดชอบอะไรและเรียนรู้อะไรจากงานนั้น

ทักษะที่ควรฝึกไม่ได้มีเพียงการพูดโน้มน้าว แต่รวมถึงการฟังอย่างตั้งใจ การถามเพื่อทำความเข้าใจ การจัดลำดับงาน การเจรจา และการแก้ปัญหาให้ลูกค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของงานขายเช่นกัน 

ก่อนสมัครงานแรก ควรให้ความสำคัญกับความชัดเจนของสินค้า ระบบสอนงาน ผู้ที่ช่วยให้คำปรึกษา และเงื่อนไขรายได้ เพื่อเลือกสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างเหมาะสม

เตรียมเรซูเม่สมัครงานขายและพัฒนาธุรกิจอย่างไร

เรซูเม่ควรทำให้ผู้พิจารณาเห็นว่า คุณเคยทำงานกับลูกค้าหรือธุรกิจลักษณะใด รับผิดชอบขั้นตอนไหน และมีหลักฐานอะไรสะท้อนความสามารถ ควรปรับรายละเอียดให้สัมพันธ์กับตำแหน่งที่สมัคร แทนการใช้ข้อความกว้าง ๆ เหมือนกันทุกบริษัท 

สำหรับผู้มีประสบการณ์ขาย ควรระบุประเภทสินค้า กลุ่มลูกค้า พื้นที่รับผิดชอบ และขอบเขตงานที่ดูแล หากมีข้อมูลผลงานที่เปิดเผยได้ ให้ระบุช่วงเวลาและแยกยอดขายส่วนบุคคลออกจากยอดขายทีมอย่างชัดเจน

สำหรับผู้สมัครงานพัฒนาธุรกิจ ควรเลือกตัวอย่างที่แสดงการค้นหาโอกาส จัดทำข้อเสนอ เจรจาความร่วมมือ หรือประสานงานจนเกิดความคืบหน้า พร้อมบอกบทบาทของตนเอง ไม่ใช่นำผลสำเร็จของทั้งองค์กรมาเขียนเสมือนเป็นผลงานส่วนบุคคล

สำหรับผู้ไม่มีประสบการณ์ตรง ให้ใช้การฝึกงาน งานพาร์ตไทม์ โครงงาน หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยอธิบายสถานะตามจริง และไม่เขียนโครงงานจำลองให้ดูเหมือนเป็นงานที่ทำให้ลูกค้าจริง

ตัวอย่างแนวทางการเรียบเรียงที่นำไปปรับกับประสบการณ์ของตนเองได้:

รับผิดชอบติดตามผู้สนใจสินค้า บันทึกความต้องการและข้อสงสัย จัดเตรียมข้อมูลให้ทีมเสนอราคา และนัดหมายติดตามผลตามขั้นตอนที่กำหนด

ควรใช้ข้อความลักษณะนี้เฉพาะเมื่อเคยทำจริง และไม่แนบรายชื่อลูกค้า เอกสารราคา หรือข้อมูลภายในที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผย

วิธีค้นหาและสมัครงานขายบน JobHolic

เริ่มจากเลือกชื่อตำแหน่งที่สนใจ แล้วใช้ตัวกรองพื้นที่ ประเภทงาน หรือเงินเดือนขั้นต่ำตามความต้องการ ในหน้านี้ยังมีระบบรับการแจ้งเตือนประกาศงานทางอีเมลสำหรับติดตามโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการค้นหา 

หากพบผลลัพธ์น้อย ลองเปลี่ยนจากชื่อตำแหน่งภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ หรือจากคำเฉพาะเป็นคำที่กว้างขึ้น เช่น เปลี่ยนจากชื่อตำแหน่งพร้อมอุตสาหกรรมเป็น “Sales Executive” ก่อน แล้วอ่านรายละเอียดสินค้าและกลุ่มลูกค้าของแต่ละประกาศเพิ่มเติม

ก่อนส่งใบสมัคร ควรตรวจสอบหน้าที่ คุณสมบัติ สถานที่ทำงาน และช่องทางสมัครที่ระบุไว้ในประกาศ พร้อมปรับเรซูเม่ให้เห็นประสบการณ์ที่สัมพันธ์กับงานนั้นอย่างชัดเจน

การสมัครอย่างมีเป้าหมายไม่ได้หมายถึงสมัครให้น้อยที่สุด แต่หมายถึงเข้าใจว่าตนเองเหมาะกับตำแหน่งนั้นอย่างไร และมีคำถามอะไรที่ต้องสอบถามนายจ้างเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานขายและพัฒนาธุรกิจ

สมัครงานขายต้องจบการตลาดหรือบริหารธุรกิจเท่านั้นหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องตั้งข้อจำกัดกับตนเองจากชื่อสาขาเพียงอย่างเดียว ให้ตรวจสอบวุฒิและคุณสมบัติที่นายจ้างระบุเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานขายเฉพาะทางบางประเภทอาจต้องใช้ความรู้หรือวุฒิที่สัมพันธ์กับสินค้า เช่น ด้านเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ทางเทคนิค 

เมื่อพบประกาศที่ไม่ได้จำกัดสาขา ควรเน้นอธิบายทักษะและประสบการณ์ที่เชื่อมกับงาน แทนการกล่าวเพียงว่าเรียนไม่ตรงสาย

ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวควรค้นหางานแบบไหน

ลองเริ่มจากประกาศ Telesales, Inside Sales หรืองานสนับสนุนฝ่ายขาย และตรวจสอบเรื่องการเดินทางเป็นรายตำแหน่ง อย่าอนุมานว่าทุกงานในกลุ่มนี้ไม่ต้องออกนอกสถานที่

หากสนใจงานขายภาคสนาม ให้ถามว่าบริษัทมีรถให้ ใช้รถสาธารณะได้ หรือกำหนดให้ต้องมีรถส่วนตัว รวมถึงต้องมีใบขับขี่ประเภทใดก่อนตัดสินใจสมัคร

ไม่ชอบพูดเยอะสามารถทำงานขายได้หรือไม่

ควรประเมินจากความสามารถในการสื่อสารมากกว่าปริมาณการพูด ลองฝึกฟังความต้องการ ตั้งคำถามให้ตรงประเด็น และอธิบายข้อมูลอย่างชัดเจน เพราะทักษะการฟัง การแก้ปัญหา และการประสานงานมีความสำคัญต่อการขายด้วย 

เลือกอ่านประกาศให้เห็นรูปแบบการทำงานจริง แล้วพิจารณาว่าคุณพร้อมพัฒนาทักษะส่วนไหนเพิ่มเติม

เคยทำงานบริการลูกค้า สามารถเปลี่ยนมาทำงานขายได้หรือไม่

ประสบการณ์บริการลูกค้าเป็นพื้นฐานที่นำมาเชื่อมกับงานขายได้ โดยเฉพาะการสื่อสาร ทำความเข้าใจความต้องการ และจัดการข้อสงสัยของลูกค้า แต่ยังต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตำแหน่งที่สมัครด้วย 

ในการเขียนเรซูเม่ ควรอธิบายตัวอย่างงานที่เกี่ยวข้อง และแสดงความพร้อมเรียนรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ การเสนอขาย และการทำงานตามเป้าหมาย แทนการเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเดิมให้ดูเหมือนเคยทำงานขายโดยตรง

ประกาศระบุเงินเดือนตามโครงสร้างบริษัท ควรถามอะไรเพิ่มเติม

ควรถามช่วงฐานเงินเดือนของตำแหน่ง สิ่งที่ใช้พิจารณาระดับเงินเดือน และตัวเลขที่แจ้งรวมรายได้ตามผลงานแล้วหรือไม่

สำหรับงานขาย ควรขอให้แยกฐานเงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น เงินจูงใจ และค่าใช้จ่ายที่บริษัทสนับสนุน เพื่อให้เปรียบเทียบข้อเสนอและประเมินความเหมาะสมได้ชัดเจน

เริ่มค้นหางานขายและพัฒนาธุรกิจที่ตรงกับเป้าหมายของคุณ

สำรวจประกาศในหมวดขายและพัฒนาธุรกิจบน JobHolic แล้วเลือกตำแหน่งจากทั้งลักษณะงาน กลุ่มลูกค้า พื้นที่รับผิดชอบ เงื่อนไขรายได้ และทักษะที่ต้องใช้

ก่อนสมัครแต่ละงาน ให้ตอบให้ได้ว่า “ฉันสนใจงานนี้เพราะอะไร” “มีประสบการณ์ส่วนไหนที่เกี่ยวข้อง” และ “ยังต้องสอบถามเรื่องใดเพิ่มเติม” เพื่อให้การสมัครงานเป็นการเลือกโอกาสที่เหมาะกับคุณ ไม่ใช่เพียงการส่งใบสมัครให้ได้จำนวนมากที่สุด

Job Alerts

Never Miss a New Opportunity

Tell us what you're after and we'll drop matching jobs straight into your inbox — on your schedule.

Unsubscribe anytime

No spam, only real matches

Delivered on your schedule