หางาน Sales สมัครงานฝ่ายขายและพนักงานขาย

ไม่พลาดงานที่ใช่

รับประกาศงานใหม่ที่ตรงกับการค้นหานี้ ฟรี ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ

แสดงเพิ่มเติม Show less

กำลังหางาน Sales และอยากรู้ว่าตำแหน่งไหนเหมาะกับคุณ? เริ่มจากเลือกสินค้าหรือบริการที่สนใจ กลุ่มลูกค้าที่อยากดูแล และรูปแบบการทำงานที่รับได้ จากนั้นจึงเปรียบเทียบหน้าที่ เงินเดือนประจำ ค่าคอมมิชชัน และพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละประกาศ เพราะตำแหน่งที่ใช้ชื่อว่า “ฝ่ายขาย” เหมือนกัน อาจมีวิธีทำงานและความคาดหวังต่างกันมาก

ค้นหางานฝ่ายขายบน JobHolic โดยพิจารณาทั้งชื่อตำแหน่งและรายละเอียดงาน ไม่ว่าจะสนใจการหาลูกค้าใหม่ การดูแลลูกค้าเดิม การขายผ่านโทรศัพท์ การออกพบลูกค้า หรืองานประสานงานฝ่ายขาย ควรอ่านให้ชัดว่าบริษัทต้องการให้คุณรับผิดชอบส่วนใดของกระบวนการขาย และประเมินผลงานจากอะไร

สำหรับผู้สมัครที่มีประสบการณ์ ให้เลือกงานที่ต่อยอดจากประเภทลูกค้า สินค้า และผลงานที่เคยรับผิดชอบ ส่วนผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นควรมองหาประกาศที่ระบุคุณสมบัติตรงกับตนเอง มีขอบเขตงานชัดเจน และสอบถามเรื่องการสอนงานก่อนตัดสินใจ

เลือกงาน Sales จากรูปแบบการทำงานที่คุณต้องการ

ก่อนส่งใบสมัคร ลองนึกถึงวันทำงานที่คุณอยากทำจริง คุณชอบออกไปพบผู้ประกอบการ ชอบให้คำแนะนำลูกค้าที่เข้าร้าน ถนัดติดตามผู้สนใจผ่านโทรศัพท์ หรือชอบจัดการข้อมูลและประสานงานให้ทีมขาย? คำตอบนี้ช่วยจำกัดตำแหน่งที่ควรอ่านได้ดีกว่าการเลือกจากรายได้ที่ประกาศเพียงอย่างเดียว

ชื่อตำแหน่งต่อไปนี้ใช้เป็นแนวทางในการค้นหา แต่หน้าที่จริงต้องตรวจจากประกาศของแต่ละบริษัท และไม่ได้หมายความว่าทุกตำแหน่งจะมีประกาศเปิดรับอยู่ตลอดเวลา

Sales Executive และ Sales Representative: รับผิดชอบโอกาสขายและลูกค้า

หากคุณสนใจงานที่ได้พูดคุยเพื่อเข้าใจปัญหาลูกค้า นำเสนอสินค้า และติดตามการตัดสินใจซื้อ ลองค้นหาตำแหน่ง Sales Executive, Sales Representative, เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย หรือผู้แทนขาย แล้วดูว่าบริษัทกำหนดขอบเขตให้ดูแลตั้งแต่ขั้นตอนไหนถึงขั้นตอนไหน

บางงานเน้นสร้างรายชื่อลูกค้าใหม่และเริ่มติดต่อด้วยตนเอง ขณะที่บางงานได้รับผู้สนใจจากการตลาดหรือรับช่วงลูกค้าเดิม สิ่งที่ควรถามคือสัดส่วนงานแต่ละแบบ ใครเป็นเจ้าของบัญชีลูกค้า และเมื่อปิดการขายแล้วคุณต้องติดตามการส่งมอบหรือดูแลการซื้อซ้ำต่อหรือไม่

Field Sales และพนักงานขายประจำพื้นที่: วางแผนออกพบลูกค้า

งานขายภาคสนามเหมาะกับผู้ที่พร้อมเดินทางและจัดตารางเข้าพบลูกค้าอย่างเป็นระบบ ก่อนสมัครควรตรวจสอบเขตรับผิดชอบ จำนวนพื้นที่ที่ต้องดูแล จุดเริ่มต้นการเดินทาง และความถี่ที่ต้องเข้าสำนักงาน เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อเวลาทำงานและค่าใช้จ่ายจริง

ตัวอย่างเช่น งานที่ระบุสถานที่ทำงานเป็นชลบุรีอาจให้ดูแลเฉพาะบางอำเภอ หรืออาจต้องเดินทางหลายจังหวัดในภาคตะวันออก จึงควรถามเรื่องเส้นทาง รถที่ใช้ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และการวางแผนนัดหมายให้ชัดเจนก่อนประเมินความเหมาะสม

Telesales และ Inside Sales: ติดตามการขายผ่านช่องทางสื่อสาร

ผู้ที่ถนัดอธิบายข้อมูล ฟังความต้องการ และติดตามบทสนทนาอย่างต่อเนื่อง อาจพิจารณางาน Telesales หรือ Inside Sales โดยตรวจสอบว่าต้องโทรออกหาลูกค้าใหม่ รับสายผู้สนใจ ส่งข้อเสนอทางอีเมล หรือประชุมออนไลน์กับลูกค้าเป็นหลัก

ควรถามด้วยว่าบริษัทจัดเตรียมรายชื่อให้หรือไม่ ใช้เกณฑ์ใดวัดคุณภาพการติดต่อ และตำแหน่งนี้รับผิดชอบเพียงการนัดหมายหรือมีเป้าหมายปิดการขายด้วย การทำงานจากสำนักงานไม่ได้บอกโดยอัตโนมัติว่าจะมีภาระด้านยอดขายมากหรือน้อย

Retail Sales และที่ปรึกษาการขาย: ช่วยลูกค้าเลือกสินค้าหรือบริการ

งานขายหน้าร้านและที่ปรึกษาการขายต้องอาศัยการสังเกตความต้องการ อธิบายทางเลือก และตอบข้อสงสัยให้ลูกค้าตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ผู้สมัครควรตรวจสอบว่าสาขาที่ทำงานอยู่ที่ใด มีการทำงานเป็นกะหรือไม่ และต้องรับผิดชอบงานอื่นร่วมด้วย เช่น ตรวจสินค้า จัดพื้นที่ขาย หรือรับชำระเงิน

หากต้องการสำรวจตำแหน่งที่ทำงานประจำร้านหรือสาขา สามารถดูเพิ่มเติมในหน้า งานขายหน้าร้านและค้าปลีก แล้วเปรียบเทียบประเภทสินค้า ตารางงาน และหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง

Sales Admin และ Sales Coordinator: สนับสนุนให้กระบวนการขายเดินต่อได้

ผู้ที่ละเอียดกับข้อมูลและติดตามงานหลายฝ่ายได้ดี อาจเหมาะกับงาน Sales Admin หรือ Sales Coordinator เช่น ตรวจข้อมูลคำสั่งซื้อ เตรียมเอกสาร ประสานกำหนดส่ง และแจ้งความคืบหน้าแก่ผู้เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม บางบริษัทอาจรวมหน้าที่ตอบแชตเสนอขายหรือติดตามการสั่งซื้อไว้ด้วย ควรถามให้ชัดว่ามีเป้ายอดขายส่วนบุคคลหรือไม่ และงานขายกับงานเอกสารแบ่งสัดส่วนอย่างไร อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความ Sales Coordinator ทำอะไร และต่างจากพนักงานขายอย่างไร

Sales Supervisor และ Sales Manager: ดูแลผลลัพธ์และการทำงานของทีม

สำหรับผู้ที่ต้องการเติบโตสู่งานหัวหน้าหรือผู้จัดการฝ่ายขาย ให้ตรวจสอบขนาดทีม โครงสร้างรายงาน และอำนาจตัดสินใจที่ได้รับ เช่น การจัดสรรลูกค้า การวางแผนพื้นที่ การอนุมัติข้อเสนอ หรือการพัฒนาพนักงาน

ควรแยกให้ออกว่าตำแหน่งนั้นเน้นบริหารทีมจริง หรือให้รับผิดชอบยอดขายส่วนตัวควบคู่กับงานกำกับดูแล หากต้องทำทั้งสองส่วน ควรถามน้ำหนักการประเมินและทรัพยากรที่บริษัทจัดให้ เพื่อประเมินภาระงานได้ครบถ้วน

อ่านประกาศงานขายให้เห็นสิ่งที่ต้องทำจริง

เมื่อพบตำแหน่งที่สนใจ ลองสรุปประกาศนั้นให้ได้ในประโยคเดียวว่า “ขายอะไร ให้ใคร ผ่านช่องทางไหน และรับผิดชอบถึงขั้นตอนใด” หากยังตอบไม่ได้ ควรจดคำถามไว้สอบถามผู้รับสมัคร แทนการเดาจากชื่อตำแหน่งหรือชื่อธุรกิจ

ประเด็นที่ควรตรวจมีดังนี้

  • สินค้าและบริการ: ต้องอธิบายรายละเอียดเชิงเทคนิค สาธิตการใช้งาน หรือเสนอแนวทางเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละรายหรือไม่
  • กลุ่มลูกค้า: ขายให้ผู้บริโภค ร้านค้า โรงงาน โรงแรม สำนักงาน หรือองค์กรประเภทใด และติดต่อผู้ตัดสินใจในระดับไหน
  • แหล่งที่มาของลูกค้า: บริษัทส่งรายชื่อให้ รับลูกค้าจากช่องทางออนไลน์ หรือให้พนักงานค้นหาและเริ่มติดต่อเอง
  • ความรับผิดชอบหลังขาย: ต้องติดตามเอกสาร ส่งมอบสินค้า ประสานปัญหา หรือช่วยติดตามสถานะการชำระเงินเพียงใด
  • เครื่องมือและทีมสนับสนุน: มีข้อมูลสินค้า ตัวอย่างสำหรับสาธิต ระบบบันทึกลูกค้า ทีมเทคนิค และผู้ประสานงานช่วยในเรื่องใดบ้าง

ตัวอย่างเช่น ผู้สมัครที่เคยขายสินค้าให้ลูกค้าหน้าร้านอาจมีทักษะฟังความต้องการและอธิบายสินค้าอยู่แล้ว แต่เมื่อย้ายไปขายให้บริษัท อาจต้องเรียนรู้การเตรียมข้อเสนอสำหรับผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายและติดตามการอนุมัติที่ใช้เวลานานขึ้น ประสบการณ์เดิมยังนำมาใช้ได้ เพียงต้องมองให้เห็นส่วนที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม

หากต้องการขยายการค้นหาไปยังงานที่เกี่ยวข้อง สามารถสำรวจ งานขายและพัฒนาธุรกิจบน JobHolic โดยเปรียบเทียบว่าตำแหน่งนั้นเน้นการสร้างยอดขาย การดูแลลูกค้า หรือการพัฒนาโอกาสทางธุรกิจแบบใด

เงินเดือนงาน Sales ควรดูแยกจากค่าคอมมิชชันอย่างไร

การเปรียบเทียบรายได้ของงานขายควรเริ่มจาก เงินเดือนประจำที่ตกลงจ่าย แล้วจึงพิจารณารายได้ตามผลงานและค่าใช้จ่ายในการทำงานประกอบ ตัวเลขที่ระบุว่า “รายได้รวม” หรือ “รายได้สูงสุด” อาจรวมเงินหลายประเภท จึงควรถามความหมายก่อนนำไปเทียบกับข้อเสนออื่น

สำหรับการประเมินช่วงเงินเดือน ให้เลือกเทียบประกาศที่ใกล้เคียงกันทั้งระดับตำแหน่ง ประเภทสินค้า กลุ่มลูกค้า พื้นที่ และความรับผิดชอบ การนำเงินเดือนของผู้จัดการที่ดูแลทั้งทีมมาเทียบกับพนักงานขายระดับเริ่มต้นโดยตรงจะไม่ช่วยให้เห็นความเหมาะสมของข้อเสนอ

แยกรายได้และค่าใช้จ่ายออกเป็นสามส่วน

ส่วนแรกคือเงินเดือนและเงินประจำที่ระบุแน่นอน ตรวจสอบจำนวนเงิน เงื่อนไข และวันที่เริ่มใช้ โดยเฉพาะกรณีมีข้อความว่าจะทบทวนหรือปรับค่าตอบแทนภายหลัง ควรถามให้ทราบว่าข้อตกลงนั้นมีรายละเอียดอย่างไร

ส่วนที่สองคือรายได้ตามผลงาน เช่น ค่าคอมมิชชันหรือเงินจูงใจตามเป้าหมาย ซึ่งควรประเมินจากสูตรคำนวณและโอกาสทำผลงานภายใต้ทรัพยากรที่ได้รับ ไม่ควรใช้รายได้สูงสุดในประกาศเป็นรายได้ที่คาดว่าจะได้รับทุกเดือน

ส่วนที่สามคือค่าใช้จ่ายเพื่อทำงาน เช่น ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าจอดรถ หรือค่าใช้รถส่วนตัว ให้แยกเงินที่บริษัทช่วยชดเชยต้นทุนออกจากรายได้ที่นำไปใช้จ่ายส่วนตัวได้ และตรวจว่ารายการใดต้องสำรองจ่ายก่อน

คำถามเรื่องค่าคอมมิชชันที่ควรได้คำตอบก่อนรับงาน

อัตราคอมมิชชันเพียงตัวเดียวไม่เพียงพอที่จะประเมินรายได้ ควรถามทั้งฐานคำนวณ จุดที่เริ่มนับผลงาน และกำหนดจ่าย โดยใช้คำถามเหล่านี้เป็นแนวทาง

  1. คิดจากยอดขาย ยอดรับชำระ กำไร หรือฐานอื่น?
  2. ต้องทำยอดถึงขั้นต่ำก่อนหรือไม่ และแต่ละระดับใช้อัตราเดียวกันหรืออัตราขั้นบันได?
  3. ลูกค้าเดิม ลูกค้าใหม่ และงานที่ช่วยกันขายแบ่งผลงานอย่างไร?
  4. หากมีการคืนสินค้าหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ จะตรวจสอบและปรับยอดด้วยวิธีใด?
  5. คำนวณเป็นรอบใด จ่ายเมื่อใด และพนักงานตรวจสอบรายการของตนเองได้อย่างไร?

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด: เงินเดือนประจำ 20,000 บาท และค่าคอมมิชชัน 1% จากยอดที่เข้าเงื่อนไข 500,000 บาท จะได้ค่าคอมมิชชัน 5,000 บาท รวมเป็น 25,000 บาทก่อนหักรายการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตัวอย่างกำหนดให้ยอดทั้งหมดเข้าเกณฑ์และไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่อัตราตลาดหรือข้อเสนอของนายจ้างรายใด

สำหรับประเด็นที่อาจกระทบค่าตอบแทนภายหลัง อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ ลูกค้าคืนสินค้าหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ ต้องตรวจข้อตกลงค่าคอมมิชชันอย่างไร

เลือกพื้นที่ทำงานให้สัมพันธ์กับเขตขายและการเดินทาง

เวลาค้นหางานเซลล์ ควรแยกระหว่างที่ตั้งสำนักงาน สถานที่ที่ต้องไปทำงานประจำ และเขตลูกค้าที่ได้รับมอบหมาย ทั้งสามอย่างอาจอยู่คนละพื้นที่ และมีผลต่อเวลาที่ใช้เดินทางในแต่ละวัน

หากสนใจ งานในกรุงเทพมหานคร สามารถใช้หน้าพื้นที่เป็นจุดเริ่มต้นแล้วค้นหาตำแหน่งฝ่ายขายที่ต้องการเพิ่มเติม เนื่องจากหน้าดังกล่าวรวมงานหลายสายอาชีพ จากนั้นตรวจสถานที่ทำงานจริงและพื้นที่ออกพบลูกค้าในประกาศแต่ละรายการ

สำหรับงานต่างจังหวัด ควรถามว่าต้องดูแลเฉพาะจังหวัดที่ระบุหรือพื้นที่ใกล้เคียงด้วย ต้องค้างคืนบ่อยเพียงใด และมีการแบ่งเขตกับพนักงานคนอื่นอย่างไร หากต้องใช้รถส่วนตัว ควรประเมินทั้งเวลาขับรถ ค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ และความพร้อมของตนเองก่อนรับข้อเสนอ

ส่วนงานที่ระบุ Remote หรือทำงานจากที่บ้าน ควรอ่านเพิ่มเติมว่ายังต้องออกพบลูกค้า เข้าอบรม หรือเข้าประชุมที่สำนักงานเป็นครั้งคราวหรือไม่ การทำงานจากบ้านบางส่วนจึงอาจยังมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่อยู่อาศัยและการเดินทาง

ไม่มีประสบการณ์ สมัครงาน Sales ได้อย่างไร

ผู้ที่ยังไม่เคยทำงานฝ่ายขายควรเริ่มจากประกาศที่เปิดรับคุณสมบัติของตนเองจริง เช่น ไม่กำหนดประสบการณ์ หรือระบุว่ายินดีพิจารณาผู้จบใหม่ จากนั้นตรวจสอบว่ามีการสอนสินค้า ฝึกวิธีสื่อสาร และให้ผู้เริ่มงานทดลองทำภายใต้การดูแลอย่างไร

การแสดงความพร้อมไม่จำเป็นต้องใช้ยอดขายที่ไม่เคยรับผิดชอบ คุณสามารถเล่าประสบการณ์จริงที่เกี่ยวข้อง เช่น เคยช่วยตอบคำถามลูกค้า รับรายการสั่งซื้อ ประสานงานกิจกรรม หรืออธิบายข้อมูลให้คนอื่นเข้าใจ โดยบอกให้ชัดว่าคุณทำส่วนใดและได้ฝึกทักษะอะไร

หากเคยช่วยกิจการครอบครัว ควรระบุขอบเขตตามจริง เช่น “ช่วยรับคำสั่งซื้อและติดตามรายการส่งสินค้าในวันหยุด” แทนการตั้งชื่อตำแหน่งให้ดูสูงกว่าหน้าที่ที่ทำ ส่วนการขายของส่วนตัวก็ควรแยกออกจากประสบการณ์เป็นพนักงานของบริษัท เพื่อให้ผู้รับสมัครเข้าใจพื้นฐานของคุณตรงกัน

ก่อนเลือกงานแรก ลองอ่านแนวทาง หางานไม่มีประสบการณ์ ควรเริ่มจากตำแหน่งแบบไหน แล้วนำมาใช้ประเมินความพร้อมและสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมสำหรับงานขายที่สนใจ

เตรียม Resume สมัครงานฝ่ายขายให้เห็นความสามารถ

เรซูเม่สำหรับงาน Sales ควรทำให้ผู้รับสมัครเห็นว่าคุณเคยขายอะไร ดูแลลูกค้ากลุ่มไหน ใช้ช่องทางใด และรับผิดชอบงานมากน้อยเพียงใด การระบุเพียงว่า “ขายสินค้าและดูแลลูกค้า” ยังไม่ช่วยแยกความสามารถของคุณจากผู้สมัครคนอื่น

หากมีผลงานที่เปิดเผยได้ ให้ระบุผลลัพธ์พร้อมช่วงเวลาและบทบาทของตนเอง เช่น ผลเทียบเป้า จำนวนลูกค้าที่รับผิดชอบ หรือการปรับวิธีติดตามงาน โดยแยกยอดส่วนตัวออกจากยอดรวมของทีม และตรวจสอบฐานคำนวณก่อนใส่เปอร์เซ็นต์

ตัวอย่างสมมติของการอธิบายผลงาน: “รับผิดชอบลูกค้าร้านค้าในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย วางแผนเข้าพบและติดตามคำสั่งซื้อ ทำยอดขายส่วนบุคคลได้ 110% ของเป้าหมายประจำไตรมาส โดยประสานกับทีมจัดส่งเพื่อแก้ปัญหารายการค้าง” ผู้สมัครควรปรับรายละเอียดให้ตรงกับประสบการณ์จริงของตนเองเท่านั้น

หากไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขหรือชื่อลูกค้าได้ ให้ใช้คำอธิบายขอบเขตงานที่ไม่เปิดข้อมูลลับ เช่น ประเภทธุรกิจ ขั้นตอนที่รับผิดชอบ และวิธีแก้ปัญหา ส่วนทักษะการใช้โปรแกรมควรระบุสิ่งที่ทำได้จริง เช่น บันทึกสถานะผู้สนใจในระบบลูกค้าหรือสรุปรายงานยอดขายด้วยตารางคำนวณ

ตรวจความครบถ้วนของเอกสารได้จากบทความ Resume ที่ดีควรมีอะไรบ้าง พร้อมโครงสร้างและตัวอย่าง แล้วเลือกประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประกาศแต่ละตำแหน่งขึ้นมาให้เห็นชัด

เตรียมสัมภาษณ์งาน Sales ด้วยเหตุการณ์จริง

ก่อนสัมภาษณ์ ควรทำความเข้าใจสินค้าหรือบริการของบริษัทและเลือกประสบการณ์ที่ช่วยอธิบายวิธีทำงานของคุณ ลองเตรียมเหตุการณ์เกี่ยวกับการค้นหาความต้องการลูกค้า การรับมือข้อสงสัย การติดตามงานที่ยังไม่จบ และการประสานงานเมื่อเกิดปัญหา

เมื่อเล่าเหตุการณ์ ให้เรียงจากสถานการณ์ สิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบ การตัดสินใจที่ลงมือทำ และผลที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น หากลูกค้ามองว่าราคาสูง อย่าเล่าเพียงว่าใช้ทักษะเจรจาจนปิดการขายได้ แต่ควรอธิบายว่าคุณตรวจสอบความต้องการ เปรียบเทียบทางเลือก และเสนอเงื่อนไขภายในขอบเขตที่ได้รับอนุมัติอย่างไร

กรณีเคยทำยอดไม่ถึงเป้า สามารถเล่าอย่างตรงไปตรงมาพร้อมอธิบายสิ่งที่เรียนรู้และสิ่งที่เปลี่ยนในการทำงาน การเตรียมข้อมูลช่วยให้ตอบได้มีเหตุผลกว่าการกล่าวโทษตลาด ลูกค้า หรือทีมอื่นโดยไม่มีรายละเอียดประกอบ

สำหรับการฝึกตอบเชิงลึก อ่านบทความ สัมภาษณ์งานขาย: เล่าผลงาน เป้ายอดขาย และวิธีทำงานให้ชัด แล้วซ้อมด้วยข้อมูลของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องท่องคำตอบทุกประโยค

ใช้ JobHolic ค้นหาและสมัครงาน Sales อย่างเป็นขั้นตอน

เริ่มจากประกาศในหน้านี้ แล้วใช้ข้อมูลที่ได้จากการอ่านรายละเอียดมาคัดเลือกงานให้เหลือกลุ่มที่เหมาะกับคุณ การสมัครอย่างมีเหตุผลช่วยให้เตรียมเอกสารและคำถามสำหรับแต่ละบริษัทได้ตรงประเด็นมากขึ้น

  1. กำหนดตำแหน่งและรูปแบบงานเป้าหมาย เลือกก่อนว่าต้องการขายภาคสนาม ดูแลลูกค้าผ่านช่องทางสื่อสาร ขายหน้าร้าน หรือสนับสนุนฝ่ายขาย
  2. ใช้คำค้นและตัวกรองที่เกี่ยวข้อง ระบุพื้นที่ ประเภทงาน หรือเงื่อนไขที่สำคัญ แล้วเปิดอ่านประกาศที่ตรงกับความต้องการ
  3. ตรวจข้อมูลก่อนส่งสมัคร อ่านหน้าที่ คุณสมบัติ ค่าตอบแทน สถานที่ และวิธีสมัคร พร้อมจดประเด็นที่ประกาศยังไม่ได้อธิบาย
  4. ปรับเรซูเม่ให้สัมพันธ์กับตำแหน่ง เลือกประสบการณ์และผลงานจริงที่ช่วยตอบว่าคุณพร้อมรับผิดชอบงานนั้นอย่างไร
  5. สมัครตามช่องทางที่ประกาศกำหนด ตรวจข้อมูลติดต่อและเอกสารให้ครบ แล้วบันทึกชื่อบริษัท ตำแหน่ง และวันที่สมัครไว้ติดตาม

หากผลค้นหายังไม่ตรงกับความต้องการ ลองปรับคำค้นให้ใกล้เคียงหน้าที่ เช่น จาก “Sales” เป็น “ผู้แทนขาย” หรือ “ประสานงานขาย” และพิจารณาขยายพื้นที่เมื่อเดินทางได้จริง ควรยืนยันรายละเอียดที่ยังไม่ชัดกับบริษัทผู้ประกาศก่อนตัดสินใจรับงาน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการหางาน Sales

งาน Sales จำเป็นต้องเป็นคนพูดเก่งหรือไม่?

งานขายต้องใช้การสื่อสาร แต่ความสามารถในการฟัง ตั้งคำถาม อธิบายข้อมูลให้ตรงประเด็น และติดตามสิ่งที่ตกลงกันก็สำคัญ ผู้ที่พูดไม่มากสามารถพัฒนาวิธีนำเสนอและการดูแลลูกค้าได้ โดยเลือกงานที่เหมาะกับรูปแบบการสื่อสารของตนเอง

Sales Executive ต้องออกไปพบลูกค้าทุกตำแหน่งหรือไม่?

ไม่สามารถสรุปจากชื่อตำแหน่งได้ บางงานให้ดูแลลูกค้าผ่านโทรศัพท์หรือออนไลน์ ขณะที่บางงานต้องออกพบลูกค้าเป็นหลัก ควรดูรายละเอียดสถานที่ทำงาน ช่องทางขาย และสัดส่วนการเดินทางของประกาศนั้นโดยตรง

หางาน Sales ไม่มีประสบการณ์ ควรดูอะไรเป็นพิเศษ?

ให้ดูคุณสมบัติที่บริษัทรับพิจารณา แผนการสอนงาน ผู้ดูแลในช่วงเริ่มต้น และเป้าหมายที่คาดหวัง พร้อมสอบถามโครงสร้างค่าตอบแทนและหน้าที่หาลูกค้าให้ชัด การมีคำว่า “ยินดีรับผู้จบใหม่” ยังไม่บอกว่ากระบวนการฝึกงานเป็นอย่างไร

เงินเดือนในประกาศรวมค่าคอมมิชชันแล้วหรือยัง?

ต้องตรวจจากคำอธิบายหรือสอบถามบริษัทผู้ประกาศ เพราะแต่ละแห่งอาจแสดงข้อมูลต่างกัน ควรขอให้แยกเงินเดือนประจำ รายได้ตามผลงาน และเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ก่อนใช้ตัวเลขนั้นเปรียบเทียบกับงานอื่น

ไม่มีรถส่วนตัว สมัครงานขายได้ไหม?

สมัครได้หากคุณสมบัติและการเดินทางของตำแหน่งนั้นสอดคล้องกับความพร้อมของคุณ งานขายบางรูปแบบไม่ต้องใช้รถส่วนตัว แต่หากต้องออกพบลูกค้า ควรถามเรื่องรถบริษัท รูปแบบการเดินทาง และค่าใช้จ่าย ไม่ควรสรุปว่างานขายทุกงานมีเงื่อนไขเหมือนกัน

งาน Sales Admin ต้องทำยอดขายด้วยหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับขอบเขตงานของแต่ละบริษัท บางตำแหน่งเน้นเอกสารและการประสานงาน ส่วนบางตำแหน่งรวมการเสนอขายหรือติดตามลูกค้าด้วย ให้ถามเรื่องเป้าหมายส่วนบุคคล สัดส่วนงาน และเกณฑ์ประเมินก่อนสมัครหรือรับข้อเสนอ

เคยขายสินค้าคนละประเภท สามารถสมัครงาน Sales ในธุรกิจใหม่ได้หรือไม่?

สามารถพิจารณาสมัครได้เมื่อคุณสมบัติตรงกับประกาศ โดยอธิบายทักษะที่นำไปใช้ต่อได้ เช่น การค้นหาลูกค้า การติดตามโอกาสขาย หรือการประสานงาน พร้อมยอมรับส่วนที่ต้องเรียนรู้ใหม่ เช่น ความรู้สินค้า กลุ่มผู้ซื้อ และขั้นตอนจัดซื้อของธุรกิจนั้น

เลือกประกาศงานที่สนใจจากหน้านี้ แล้วเปรียบเทียบหน้าที่ รายได้ และพื้นที่รับผิดชอบกับสิ่งที่คุณต้องการ เมื่อพบตำแหน่งที่เหมาะสม ให้เตรียมข้อมูลสมัครงานและสอบถามประเด็นสำคัญให้ครบ เพื่อให้การตัดสินใจครั้งต่อไปตั้งอยู่บนรายละเอียดของงานที่คุณจะทำจริง

Job Alerts

Never Miss a New Opportunity

Tell us what you're after and we'll drop matching jobs straight into your inbox — on your schedule.

Unsubscribe anytime

No spam, only real matches

Delivered on your schedule