ไม่พลาดงานที่ใช่
รับประกาศงานใหม่ที่ตรงกับการค้นหานี้ ฟรี ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ
หางานวิทยาศาสตร์ วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์บน JobHolic โดยเริ่มจากลักษณะงานที่คุณต้องการทำ ทั้งการทดลองในห้องปฏิบัติการ การวิเคราะห์ตัวอย่าง การทำวิจัย และการพัฒนาสูตรหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ก่อนเลือกสมัครควรพิจารณาสาขาวิชาที่นายจ้างต้องการ ประเภทผลิตภัณฑ์ เครื่องมือที่ใช้ และระดับความรับผิดชอบควบคู่กัน
ตำแหน่งที่ใช้ชื่อว่า Scientist, Research Assistant, R&D หรือ Product Development อาจมีหน้าที่ต่างกันมาก บางงานเน้นสร้างความรู้และทดสอบสมมติฐาน บางงานเน้นตรวจวิเคราะห์ตามวิธีที่กำหนด และบางงานต้องพัฒนาต้นแบบให้สามารถนำไปผลิตได้จริง การอ่านรายละเอียดให้เข้าใจจึงช่วยให้คุณเลือกงานได้ตรงกับประสบการณ์และเส้นทางอาชีพที่ต้องการ
งานวิทยาศาสตร์ วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ครอบคลุมอะไรบ้าง
งานในกลุ่มนี้เชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับการค้นหาคำตอบและการแก้ปัญหา ผู้สมัครอาจพบโจทย์เกี่ยวกับคุณสมบัติของวัตถุดิบ ผลการทดลอง ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ หรือวิธีปรับปรุงกระบวนการ ขอบเขตงานจะแตกต่างกันตามสาขาและองค์กร จึงควรดูให้ชัดว่าตำแหน่งนั้นรับผิดชอบตั้งแต่การวางแผนทดลอง หรือเข้ามาดำเนินการในขั้นตอนที่มีแผนอยู่แล้ว
สำหรับการหางาน R&D ควรตรวจด้วยว่าองค์กรคาดหวังผลลัพธ์แบบใด เช่น รายงานวิจัย วิธีวิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้น สูตรต้นแบบ หรือข้อมูลประกอบการตัดสินใจผลิตสินค้า เพราะผลลัพธ์เหล่านี้ใช้ทักษะและรูปแบบการทำงานต่างกัน ผู้ที่ชอบลงมือทดลองอาจสนใจงานแล็บ ขณะที่ผู้ที่ชอบเชื่อมข้อมูลการทดลองกับโจทย์สินค้าอาจสนใจงานพัฒนาผลิตภัณฑ์มากกว่า
ตำแหน่งงานที่ควรรู้จักก่อนสมัคร
นักวิทยาศาสตร์และนักเคมี — Scientist / Chemist
งานนักเคมีอาจเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์องค์ประกอบหรือคุณสมบัติของสาร การทดลอง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือวิธีวิเคราะห์ ส่วนชื่อ Scientist มีความหมายกว้างกว่าและต้องดูสาขาที่ระบุในประกาศ ผู้สมัครควรตรวจชนิดตัวอย่าง เทคนิคที่ใช้ และหน้าที่ด้านการแปลผลหรือจัดทำรายงาน ไม่พิจารณาจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว ลักษณะงานนักเคมีดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลอาชีพของ O*NET: Chemists
เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ — Laboratory Technician / Lab Analyst
ชื่อ Lab Technician และ Lab Analyst อาจมีขอบเขตต่างกันในแต่ละบริษัท ควรตรวจว่าต้องเตรียมตัวอย่าง จัดเตรียมอุปกรณ์ ทดสอบตามวิธีที่กำหนด บันทึกข้อมูล หรือแปลผลด้วยตนเองมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะงานที่ใช้เครื่องมือเฉพาะ ให้ดูว่านายจ้างต้องการผู้ใช้งานได้ทันทีหรือมีการฝึกอบรมก่อนเริ่มงาน
ผู้ช่วยวิจัย — Research Assistant
สนับสนุนโครงการตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมาย สำหรับงานวิจัยด้านชีวภาพ ตัวอย่างหน้าที่อาจรวมการเตรียมและเก็บตัวอย่าง ติดตามการทดลอง บันทึกข้อมูล และช่วยจัดทำผลการศึกษา ตามข้อมูล O*NET: Biological Technicians ผู้สนใจตำแหน่งผู้ช่วยวิจัยควรอ่านหัวข้อโครงการ วิธีที่ต้องใช้ และระยะเวลาการจ้างให้ชัด เพราะชื่อเดียวกันอาจอยู่ในสาขาวิจัยที่ต่างกัน
เจ้าหน้าที่วิจัยและพัฒนา — Research and Development / R&D
เมื่อตรวจประกาศงาน R&D ให้ดูว่าหน้าที่หลักคือค้นคว้าข้อมูล ออกแบบการทดลอง ทดสอบแนวคิด ปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิม หรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิต หากประกาศรวมหลายหน้าที่ ควรสอบถามว่างานใดเป็นความรับผิดชอบหลักและมีทีมใดสนับสนุน เพื่อประเมินว่าทักษะของคุณตรงกับงานจริงเพียงใด
นักพัฒนาสูตรและผลิตภัณฑ์ — Formulation / Product Development
ผู้สนใจงานพัฒนาสูตรควรดูประเภทสินค้าที่ต้องรับผิดชอบ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์เคมี และตรวจว่าต้องทำงานถึงขั้นใด ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ ทดลองต้นแบบ ทดสอบคุณสมบัติ ไปจนถึงประสานงานนำสูตรไปทดลองผลิต ควรถามด้วยว่าใครรับผิดชอบการประเมินคุณภาพ ต้นทุน และเงื่อนไขอื่นก่อนอนุมัติผลิตภัณฑ์
นักวิทยาศาสตร์การอาหาร — Food Scientist / Food Technologist
งานด้านวิทยาศาสตร์การอาหารอาจเกี่ยวข้องกับการศึกษาวัตถุดิบ การเปลี่ยนแปลงระหว่างแปรรูปหรือเก็บรักษา และการพัฒนาคุณลักษณะของอาหาร เช่น รสชาติ สี และเนื้อสัมผัส รวมถึงการทำงานร่วมกับฝ่ายผลิตและทีมที่เกี่ยวข้อง ตามข้อมูล O*NET: Food Scientists and Technologists ก่อนสมัครควรตรวจว่าตำแหน่งนั้นเน้นพัฒนาสินค้า ตรวจวิเคราะห์ หรือดูแลกระบวนการเป็นหลัก
หัวหน้าและผู้จัดการวิจัยพัฒนา — R&D Supervisor / R&D Manager
ผู้สมัครระดับหัวหน้าควรตรวจขอบเขตการดูแลทีม อำนาจตัดสินใจ งบโครงการ และความรับผิดชอบในการส่งต่องานสู่การผลิต เตรียมตัวอย่างจากประสบการณ์จริงว่าคุณเคยจัดลำดับโครงการ แก้ปัญหาทางเทคนิค พัฒนาทีม หรือประสานงานกับหน่วยงานอื่นอย่างไร หากเคยร่วมโครงการแต่ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ควรระบุบทบาทให้ตรงกับความจริง
งาน R&D ต่างจากงานตรวจวิเคราะห์และ QC อย่างไร
จุดที่ควรใช้แยกงานคือวัตถุประสงค์ของหน้าที่ งานวิจัยและพัฒนามุ่งหาคำตอบหรือสร้างและปรับปรุงสิ่งที่ต้องการทดสอบ ส่วนงานตรวจวิเคราะห์และควบคุมคุณภาพหรือ QC มุ่งตรวจสอบตัวอย่างหรือผลิตภัณฑ์ตามเกณฑ์ที่กำหนด อย่างไรก็ตาม งานทั้งสองด้านอาจใช้เครื่องมือและความรู้พื้นฐานร่วมกัน
หากคุณต้องการทำ R&D แต่พบประกาศที่เน้นตรวจตัวอย่างประจำวันเป็นหลัก ควรถามว่ามีโครงการพัฒนาวิธีวิเคราะห์หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้รับผิดชอบด้วยหรือไม่ ในทางกลับกัน หากชอบงานที่มีวิธีปฏิบัติและเกณฑ์ตรวจสอบชัดเจน ควรพิจารณารายละเอียดงานห้องปฏิบัติการหรือ QC ที่เกี่ยวข้องกับสาขาของคุณ
คำว่า Product Development หรือ NPD ซึ่งย่อมาจาก New Product Development ก็ต้องดูบริบท บางตำแหน่งเน้นพัฒนาสูตรและทดสอบผลิตภัณฑ์ แต่บางตำแหน่งเน้นประสานงานสินค้าและการตลาด หากต้องการงานสายวิทยาศาสตร์ ให้ตรวจว่ามีหน้าที่ด้านการทดลอง วิเคราะห์ หรือพัฒนาเชิงเทคนิคอยู่จริง
อ่านคุณสมบัติอย่างไรให้รู้ว่างานตรงกับเราหรือไม่
เริ่มจากตรวจสาขาการศึกษาและความรู้ที่นายจ้างระบุ เช่น เคมี ชีววิทยา จุลชีววิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์การอาหาร หรือวัสดุศาสตร์ อย่าสรุปว่าทุกสาขาวิทยาศาสตร์สมัครแทนกันได้ทั้งหมด และอย่าตัดโอกาสตัวเองเพียงเพราะชื่อสาขาไม่เหมือนกัน หากประกาศเปิดรับสาขาที่เกี่ยวข้องและคุณมีพื้นฐานตรงกับหน้าที่
จากนั้นพิจารณาระดับประสบการณ์ที่ต้องใช้ คำว่าเคยเรียน เคยฝึกปฏิบัติ และทำงานได้ด้วยตนเองมีความหมายต่างกัน เช่น การเคยใช้เครื่องมือระหว่างเรียนยังไม่เท่ากับการตั้งวิธีวิเคราะห์ ตรวจสอบผลผิดปกติ และดูแลการใช้งานในงานประจำได้ครบทุกขั้นตอน ในเรซูเม่ควรบอกระดับที่คุณทำได้จริงให้ผู้รับสมัครประเมินได้
สำหรับทักษะภาษา ให้ดูว่าต้องอ่านเอกสารวิชาการ เขียนรายงาน ติดต่อผู้ขายวัตถุดิบ หรือนำเสนอผลเป็นภาษาอังกฤษ หากประกาศระบุประสบการณ์ด้านระบบคุณภาพหรือวิธีปฏิบัติเฉพาะ ควรตรวจว่าต้องใช้กับงานส่วนใด และเตรียมอธิบายประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยไม่อ้างว่าเชี่ยวชาญระบบที่เคยเพียงรับฟังการอบรม
ทักษะที่ควรเตรียมสำหรับงานวิทยาศาสตร์และวิจัยพัฒนา
- ตั้งคำถามและวางแผนทดลอง: อธิบายได้ว่าต้องการตรวจสอบอะไร จะเปรียบเทียบอะไร และใช้ข้อมูลใดตัดสินผล
- ลงมือปฏิบัติอย่างละเอียด: ทำตามวิธีที่กำหนด ตรวจชื่อและรหัสตัวอย่าง และบันทึกเงื่อนไขที่มีผลต่อการทดสอบ
- อ่านข้อมูลอย่างมีเหตุผล: แยกสิ่งที่วัดได้ออกจากข้อสันนิษฐาน ตรวจหน่วยและการคำนวณ และไม่สรุปเกินข้อมูล
- จัดทำบันทึกที่ตรวจสอบย้อนกลับได้: ระบุวิธี วันที่ และข้อมูลที่จำเป็นให้ผู้อื่นเข้าใจสิ่งที่ทำและติดตามผลได้
- รับมือเมื่อผลไม่เป็นไปตามคาด: ตรวจความผิดปกติและปรึกษาผู้รับผิดชอบตามขั้นตอน โดยไม่แก้ข้อมูลเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ
- สื่อสารกับผู้ร่วมงานต่างฝ่าย: อธิบายผล ข้อจำกัด และสิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อให้ทีมผลิต คุณภาพ หรือทีมธุรกิจเข้าใจตรงกัน
หากต้องการทำงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ ควรฝึกเชื่อมผลทดลองกับโจทย์การใช้งานด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อได้รับโจทย์ให้เปลี่ยนวัตถุดิบ คุณควรตั้งคำถามว่าจะประเมินผลต่อคุณสมบัติ วิธีผลิต และเกณฑ์ยอมรับอย่างไร ตัวอย่างนี้เป็นแนวทางฝึกคิด ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ใช้แทนวิธีประเมินของทุกองค์กร
ก่อนสมัคร ควรตรวจสถานที่ทำงาน รูปแบบการจ้าง และค่าตอบแทน
งานชื่อเดียวกันอาจประจำอยู่ในห้องปฏิบัติการ ศูนย์วิจัย โรงงาน หรือมีการเก็บข้อมูลภาคสนาม จึงควรตรวจสถานที่ปฏิบัติงานจริงและลักษณะการเดินทาง หากงานต้องร่วมทดลองผลิต ให้ถามว่ามีการเข้ากะหรือปรับเวลาตามแผนงานหรือไม่ เพื่อประเมินความพร้อมก่อนรับข้อเสนอ
สำหรับงานวิจัยตามโครงการ ควรอ่านระยะเวลาสัญญา หน่วยงานผู้ว่าจ้าง และเงื่อนไขเมื่อโครงการสิ้นสุด หากประกาศระบุโอกาสต่อสัญญา ให้สอบถามปัจจัยที่ใช้พิจารณา และไม่ถือว่าเป็นการรับประกันว่าจะได้รับการจ้างต่อโดยอัตโนมัติ
เมื่อต้องเปรียบเทียบค่าตอบแทน ควรพิจารณาเงินเดือนพื้นฐานแยกจากโบนัส ค่ากะ ค่าล่วงเวลา หรือค่าเดินทางที่อาจมีตามเงื่อนไข รวมถึงโอกาสฝึกอบรมและขอบเขตความรับผิดชอบ หากประกาศไม่ระบุเงินเดือน สามารถสอบถามช่วงงบของตำแหน่งและองค์ประกอบค่าตอบแทนก่อนดำเนินการสัมภาษณ์หลายรอบ
คำถามอื่นที่ช่วยให้เห็นสภาพงานชัดขึ้น ได้แก่ ทีมมีผู้ดูแลหรือผู้ให้คำปรึกษาด้านเทคนิคหรือไม่ ใช้เครื่องมือใดเป็นหลัก มีการฝึกอบรมความปลอดภัยอย่างไร และประเมินผลงานจากคุณภาพข้อมูล ความคืบหน้าโครงการ หรือผลลัพธ์ด้านผลิตภัณฑ์ส่วนใด
เตรียมเรซูเม่และผลงานสำหรับสมัครงาน R&D
เรซูเม่สำหรับงานวิทยาศาสตร์ควรทำให้ผู้รับสมัครเห็นความเชื่อมโยงระหว่างพื้นฐานของคุณกับงานที่ต้องรับผิดชอบ เริ่มจากสาขาการศึกษา ประสบการณ์หรือโครงงานที่เกี่ยวข้อง และทักษะที่ตรงกับประกาศ เลือกข้อมูลที่แสดงวิธีทำงานได้ชัดเจน แทนการใส่รายชื่อวิชาหรือเครื่องมือจำนวนมากโดยไม่อธิบายระดับความสามารถ
สำหรับแต่ละโครงงานหรือประสบการณ์สำคัญ แนะนำให้สรุปตามลำดับดังนี้
- โจทย์: ต้องการศึกษา แก้ปัญหา หรือพัฒนาสิ่งใด
- บทบาทของคุณ: รับผิดชอบขั้นตอนไหนด้วยตนเอง และส่วนใดทำร่วมกับทีม
- วิธีที่ใช้: ทดลอง วิเคราะห์ข้อมูล หรือประเมินผลด้วยแนวทางใด
- ผลที่พบ: ได้ข้อมูลหรือข้อสรุปอะไร พร้อมข้อจำกัดที่เกี่ยวข้อง
- การนำไปใช้: ผลนั้นช่วยตัดสินใจหรือกำหนดขั้นตอนถัดไปอย่างไร
นักศึกษาจบใหม่สามารถใช้โครงงานจบ สหกิจศึกษา การฝึกงาน หรือประสบการณ์ช่วยงานวิจัยที่เกี่ยวข้องได้ หากเป็นงานกลุ่ม ควรระบุผลงานเฉพาะส่วนของตนเอง ไม่ทำให้เข้าใจว่าเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
หากจัดทำ Portfolio ให้เลือกเฉพาะข้อมูลที่เปิดเผยได้ เช่น บทคัดย่อที่เผยแพร่แล้ว แผนภาพอธิบายกระบวนการในภาพรวม หรือสรุปทักษะจากโครงการ หลีกเลี่ยงการนำสูตรลับ ข้อมูลลูกค้า หรือเอกสารภายในขององค์กรเดิมมาแสดงโดยไม่ได้รับอนุญาต คุณสามารถอธิบายวิธีคิดและบทบาทของตนเองได้โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดที่เป็นความลับ
เตรียมสัมภาษณ์งานวิทยาศาสตร์และพัฒนาผลิตภัณฑ์
ก่อนสัมภาษณ์ ลองเลือกหนึ่งโครงการที่อธิบายได้ลึก แล้วฝึกเล่าตั้งแต่เหตุผลที่ทำ วิธีที่เลือกใช้ ปัญหาที่พบ และผลที่ได้ เตรียมตอบให้ชัดว่าข้อสรุปส่วนใดมาจากข้อมูล และส่วนใดยังต้องทดลองเพิ่มเติม หากจำตัวเลขไม่ได้ ควรบอกว่าจะตรวจสอบจากบันทึกแทนการเดา
คำถามสำหรับฝึกเตรียมตัว เช่น “หากผลทดสอบสองครั้งไม่ตรงกันจะเริ่มตรวจอะไร” “เคยพบผลที่ไม่สนับสนุนแนวคิดเดิมหรือไม่” และ “จะอธิบายผลทดลองให้ผู้ที่ไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์เข้าใจอย่างไร” คำถามเหล่านี้ใช้ฝึกอธิบายกระบวนการคิด ไม่ใช่รายการที่ยืนยันว่านายจ้างทุกแห่งจะถาม
ในช่วงถามกลับ ควรสอบถามว่าโครงการแรกที่อาจได้รับมอบหมายคืออะไร มีเกณฑ์ประเมินผลงานอย่างไร และต้องทำงานร่วมกับฝ่ายใดบ้าง สำหรับงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาจถามเพิ่มว่าหน้าที่สิ้นสุดที่การส่งต้นแบบ หรือรวมการติดตามผลระหว่างทดลองผลิตด้วย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานวิทยาศาสตร์ วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์
จบใหม่สมัครงานวิจัยและพัฒนาได้ไหม
พิจารณาประกาศที่ระบุรับนักศึกษาจบใหม่หรือไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ และตรวจว่าสาขากับทักษะตรงตามเงื่อนไขหรือไม่ เตรียมอธิบายโครงงานหรือการฝึกงานที่เกี่ยวข้อง โดยแสดงวิธีคิด บทบาทที่ทำจริง และสิ่งที่เรียนรู้จากผลการทดลอง
งาน R&D ต้องจบปริญญาโทหรือปริญญาเอกเสมอไปหรือไม่
ไม่ควรสรุปจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว ให้ยึดระดับการศึกษาและความเชี่ยวชาญที่ประกาศกำหนด บางประกาศอาจต้องการพื้นฐานเชิงลึกในหัวข้อวิจัยเฉพาะ ขณะที่บางประกาศประเมินจากทักษะปฏิบัติและประสบการณ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมด้วย
เคยทำงาน QC สามารถสมัครงาน R&D ได้หรือไม่
พิจารณาได้เมื่อมีคุณสมบัติตรงกับงาน ทักษะการทดสอบ การอ่านผล และความเข้าใจผลิตภัณฑ์อาจนำมาเชื่อมกับตำแหน่งใหม่ได้ แต่ควรตรวจว่าต้องเพิ่มความสามารถด้านวางแผนทดลอง พัฒนาสูตร หรือประสานงานทดลองผลิตหรือไม่ พร้อมอธิบายประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา
สมัครงานห้องปฏิบัติการต้องใช้เครื่องมือเป็นทุกชนิดหรือไม่
ให้ตรวจเครื่องมือและเทคนิคที่ระบุเป็นคุณสมบัติจำเป็นของตำแหน่งนั้น ไม่จำเป็นต้องใส่รายชื่อเครื่องมือที่ไม่เคยใช้เพื่อให้เรซูเม่ดูครบ หากเคยฝึกใช้แต่ยังต้องมีผู้ดูแล ควรบอกระดับประสบการณ์ให้ชัดและสอบถามการฝึกอบรมของนายจ้าง
งานวิจัยและพัฒนาทำจากบ้านได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่รับผิดชอบและเงื่อนไขขององค์กร งานที่ต้องใช้เครื่องมือ เตรียมตัวอย่าง หรือร่วมทดลองผลิตต้องพิจารณาการเข้าสถานที่ปฏิบัติงาน ส่วนงานอ่านเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล หรือเขียนรายงานจะทำจากบ้านได้หรือไม่ ต้องยืนยันจากประกาศหรือนายจ้างโดยตรง
จำเป็นต้องมี Portfolio เพื่อสมัครงานวิทยาศาสตร์ไหม
ให้ตรวจรายการเอกสารที่นายจ้างขอ หากไม่ได้กำหนด Portfolio คุณอาจเตรียมสรุปโครงการที่เกี่ยวข้องไว้ช่วยอธิบายระหว่างสัมภาษณ์ โดยเลือกข้อมูลที่เปิดเผยได้และแสดงบทบาทของคุณชัดเจน ไม่จำเป็นต้องมีผลงานจำนวนมากหรือทำรูปเล่มซับซ้อน
ค้นหางานที่ตรงกับสาขาและทักษะของคุณบน JobHolic
เริ่มพิจารณาประกาศในหมวดวิทยาศาสตร์ วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ แล้วเลือกตำแหน่งจากหน้าที่ที่ต้องการทำจริง ลองค้นด้วยชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักเคมี ผู้ช่วยวิจัย เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ R&D หรือ Product Development และเพิ่มคำเฉพาะสาขาเมื่อจำเป็น
เมื่อพบงานที่สนใจ ให้อ่านคุณสมบัติ สถานที่ทำงาน รูปแบบการจ้าง และขั้นตอนสมัครให้ครบ จากนั้นปรับเรซูเม่ให้แสดงทักษะและผลงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้น เพื่อให้ผู้รับสมัครเข้าใจได้ชัดว่าคุณพร้อมรับผิดชอบงานส่วนใด