ไม่พลาดงานที่ใช่
รับประกาศงานใหม่ที่ตรงกับการค้นหานี้ ฟรี ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ
กำลังมองหางานนำเข้าและส่งออกที่ตรงกับประสบการณ์ของคุณอยู่หรือไม่? สำรวจตำแหน่งในหมวดนี้บน JobHolic โดยพิจารณางานเจ้าหน้าที่ Import Export งานชิปปิ้ง งานเอกสาร และงานประสานงานขนส่งระหว่างประเทศตามประกาศที่เปิดรับ พร้อมเปรียบเทียบหน้าที่ คุณสมบัติ สถานที่ทำงาน และเงื่อนไขการจ้างก่อนสมัคร
สายงานนี้เชื่อมการสั่งซื้อและการขายสินค้ากับการขนส่งข้ามประเทศ ผู้ปฏิบัติงานต้องติดตามข้อมูลให้ถูกต้อง ประสานงานหลายฝ่าย และจัดการกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง การเลือกตำแหน่งให้เหมาะจึงควรดูทั้งประเภทสินค้า รูปแบบการขนส่ง ระดับการใช้ภาษา และขอบเขตความรับผิดชอบ ไม่พิจารณาเฉพาะชื่อตำแหน่ง
งานนำเข้าและส่งออกทำอะไรบ้าง?
งานนำเข้าเกี่ยวข้องกับการประสานให้สินค้าจากต่างประเทศเข้าสู่กระบวนการรับสินค้าของบริษัท ส่วนงานส่งออกเกี่ยวข้องกับการเตรียมและติดตามการส่งสินค้าไปยังลูกค้าต่างประเทศ หน้าที่อาจครอบคลุมการตรวจสอบเอกสาร ติดตามกำหนดส่งสินค้า ติดต่อผู้ให้บริการขนส่ง และส่งต่อข้อมูลให้ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายขาย คลังสินค้า หรือบัญชี
บางองค์กรแยกทีม Import และ Export ชัดเจน ขณะที่บางแห่งให้เจ้าหน้าที่คนเดียวดูแลทั้งสองด้าน ก่อนสมัครจึงควรตรวจว่าต้องรับผิดชอบเฉพาะเอกสารหรือดูแลตั้งแต่รับคำสั่งซื้อจนส่งมอบ รวมถึงต้องประสานงานกับตัวแทนออกของหรือดำเนินงานด้านใดด้วยตนเอง
ตำแหน่งงานในหมวดนำเข้าและส่งออก
เจ้าหน้าที่นำเข้า — Import Officer
ประสานงานกับผู้ขายต่างประเทศ ติดตามกำหนดส่งสินค้า ตรวจข้อมูลเอกสาร และแจ้งความคืบหน้าให้หน่วยงานที่รอรับสินค้า ผู้สมัครควรอ่านรายละเอียดสินค้า จำนวน และกำหนดเวลาได้อย่างรอบคอบ พร้อมติดตามข้อมูลที่ยังไม่ครบจนสามารถส่งต่อให้ผู้เกี่ยวข้องใช้งานได้
เจ้าหน้าที่ส่งออก — Export Officer
ประสานแผนส่งออกกับฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต คลังสินค้า และผู้ให้บริการขนส่ง ตรวจความพร้อมของสินค้าและเอกสาร รวมถึงแจ้งสถานะการจัดส่งให้ลูกค้าหรือทีมที่รับผิดชอบ งานนี้เหมาะกับผู้ที่จัดลำดับความสำคัญได้ดีและติดตามหลายคำสั่งซื้อพร้อมกันโดยไม่สับสน
เจ้าหน้าที่ชิปปิ้ง — Shipping Officer
อาจดูแลการจองระวาง ติดตามเที่ยวเรือหรือเที่ยวบิน ประสานการรับส่งสินค้า และติดตามเอกสารกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม แต่ละบริษัทใช้คำว่า Shipping ต่างกัน บางตำแหน่งเน้นงานสำนักงาน บางตำแหน่งมีงานนอกสถานที่หรือประสานขั้นตอนศุลกากร จึงควรอ่านรายละเอียดให้ชัดเจน
เจ้าหน้าที่เอกสารนำเข้าและส่งออก — Import/Export Documentation
เน้นจัดเตรียม ตรวจสอบ และจัดเก็บเอกสารให้ข้อมูลสอดคล้องกัน เช่น ชื่อคู่ค้า รายการสินค้า จำนวน น้ำหนัก และรายละเอียดการขนส่ง ผู้ที่ถนัดงานเอกสารควรแสดงให้เห็นว่าสามารถตรวจพบข้อมูลผิดปกติ ติดตามการแก้ไข และควบคุมเอกสารฉบับล่าสุดได้
เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าและปฏิบัติการขนส่งระหว่างประเทศ
ตำแหน่ง Customer Service หรือ Operations ในธุรกิจ Freight Forwarder อาจรับข้อมูลการจัดส่ง ประสานการจองระวาง ติดตามสถานะ และแจ้งปัญหาให้ลูกค้าทราบ ควรตรวจว่าประกาศเป็นงาน Sea Freight, Air Freight หรือการขนส่งทางบก เพราะขั้นตอนและผู้เกี่ยวข้องแตกต่างกัน
เจ้าหน้าที่ประสานงานต่างประเทศ — Overseas Coordinator
ดูแลการสื่อสารกับคู่ค้าหรือตัวแทนต่างประเทศ ติดตามคำสั่งซื้อ เอกสาร และกำหนดส่งมอบ หากต้องการทำงานในสาย Import Export ควรเลือกประกาศที่ระบุหน้าที่ด้านการค้าหรือการขนส่งสินค้าอย่างชัดเจน เนื่องจากชื่อ Overseas Coordinator อาจใช้กับงานประเภทอื่นได้เช่นกัน
หัวหน้างานและผู้จัดการนำเข้าและส่งออก
ดูแลแผนงานของทีม ความถูกต้องของข้อมูล กำหนดส่งมอบ การประสานผู้ให้บริการ และการแก้ปัญหาที่กระทบหลายฝ่าย ผู้สมัครควรอธิบายได้ว่าเคยจัดลำดับงาน ควบคุมต้นทุนที่อยู่ในความรับผิดชอบ หรือปรับวิธีทำงานอย่างไร พร้อมระบุขอบเขตอำนาจและผลงานตามจริง
เลือกงานกับผู้นำเข้าส่งออกหรือบริษัท Freight Forwarder อย่างไร?
บริษัทผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ส่งออกสินค้า เหมาะกับผู้ที่อยากเข้าใจกระบวนการของสินค้าหรือธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง งานอาจเชื่อมกับแผนผลิต การสั่งซื้อ สต็อก และการส่งมอบให้ลูกค้าโดยตรง ควรถามว่าดูแลสินค้ากี่กลุ่มและรับผิดชอบขั้นตอนไหนบ้าง
บริษัท Freight Forwarder หรือผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ เหมาะกับผู้ที่สนใจการประสานการจัดส่งและบริการลูกค้า งานอาจเกี่ยวข้องกับลูกค้าหลายรายและรูปแบบการขนส่งที่ต่างกัน ควรถามเรื่องจำนวนงานที่ดูแล ระบบติดตามงาน และวิธีรับมือเมื่อตารางขนส่งเปลี่ยนแปลง
ใช้รายละเอียดของประกาศและคำตอบจากการสัมภาษณ์ประกอบกัน เพื่อเลือกสภาพงานที่ตรงกับทักษะและแนวทางเติบโตของคุณ
ทักษะที่ควรเตรียมก่อนสมัครงาน Import Export
การตรวจเอกสารและข้อมูล: ฝึกเทียบข้อมูลจากหลายเอกสาร ตรวจชื่อบริษัท รหัสสินค้า จำนวน หน่วย น้ำหนัก และวันที่ รวมถึงบันทึกว่าประเด็นใดยังต้องรอการยืนยัน ความละเอียดควรมาพร้อมวิธีติดตามงานที่ทำให้คนอื่นตรวจต่อได้
ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน: เตรียมอ่านและเขียนอีเมลเรื่องกำหนดส่งสินค้า ข้อมูลที่ขาด และการขอแก้ไขเอกสาร บางงานเน้นการอ่านเขียน ขณะที่บางงานต้องประชุมหรือโทรศัพท์กับต่างประเทศ ควรระบุความสามารถให้ตรงกับสิ่งที่ทำได้จริง ส่วนภาษาจีนหรือภาษาอื่นให้พิจารณาตามตลาดที่บริษัทติดต่อ
Excel และการจัดระเบียบข้อมูล: ฝึกทำตารางติดตามงาน กรองรายการตามกำหนดส่ง และสรุปงานค้าง หากเคยใช้ระบบ ERP หรือระบบติดตามการขนส่ง ให้ระบุชื่อระบบและงานที่ทำได้ เช่น บันทึกคำสั่งซื้อ ติดตามสถานะ หรือจัดทำรายงาน
ความเข้าใจเงื่อนไขการส่งมอบ: ควรทำความเข้าใจ Incoterms® ซึ่งช่วยอธิบายการแบ่งหน้าที่ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงในการส่งมอบสินค้าระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ รวมถึงอ่านเงื่อนไขที่ระบุในงานอย่างรอบคอบ ศึกษาได้จากคำอธิบาย Incoterms® ของ ICC
การประสานงานและแก้ปัญหา: เมื่อสินค้าไม่พร้อมหรือกำหนดขนส่งเปลี่ยน ควรแยกให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น กระทบใคร ต้องตัดสินใจเมื่อใด และมีข้อมูลใดต้องยืนยัน ก่อนแจ้งผู้เกี่ยวข้องพร้อมทางเลือกที่อยู่ในขอบเขตหน้าที่ของตน
เอกสารที่ควรรู้จักสำหรับงานนำเข้าและส่งออก
ผู้เริ่มต้นควรเข้าใจวัตถุประสงค์ของเอกสารพื้นฐานต่อไปนี้ เพื่ออ่านประกาศงานและเตรียมสัมภาษณ์ได้ตรงประเด็น
- Commercial Invoice: แสดงข้อมูลสินค้าที่ซื้อขายและมูลค่าเรียกเก็บ
- Packing List: แสดงรายละเอียดการบรรจุ เช่น จำนวนหีบห่อและน้ำหนัก
- Bill of Lading หรือ B/L: เอกสารการขนส่งที่พบในงานขนส่งทางเรือ
- Air Waybill หรือ AWB: เอกสารการขนส่งสินค้าทางอากาศ
- Certificate of Origin หรือ C/O: หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ซึ่งการใช้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของรายการค้า
รายการนี้เป็นพื้นฐานสำหรับเตรียมสมัครงาน เอกสารที่ต้องใช้จริงขึ้นอยู่กับสินค้า ประเทศ และลักษณะธุรกรรม อ่านคำอธิบายเพิ่มเติมได้จาก Common Export Documents ของ International Trade Administration โดยใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ชื่อและหน้าที่เอกสาร ไม่ใช่รายการข้อกำหนดศุลกากรไทย
ไม่มีประสบการณ์หรือจบใหม่ สมัครงานนำเข้าส่งออกได้ไหม?
ให้เริ่มจากประกาศที่ระบุว่ายินดีรับนักศึกษาจบใหม่หรือมีการสอนงาน เช่น ผู้ช่วยฝ่ายนำเข้าส่งออก เจ้าหน้าที่เอกสาร หรือผู้ประสานงานระดับเริ่มต้น ทั้งนี้ คุณสมบัติและการเปิดรับขึ้นอยู่กับแต่ละนายจ้าง จึงควรตรวจเงื่อนไขของประกาศก่อนสมัคร
ผู้จบด้านโลจิสติกส์ ธุรกิจระหว่างประเทศ บริหารธุรกิจ ภาษา หรือสาขาอื่น สามารถพิจารณาความเหมาะสมจากงานที่ต้องทำและวุฒิที่บริษัทกำหนด หากยังไม่มีประสบการณ์ตรง ให้ใช้ผลงานฝึกงาน โครงงาน การใช้ Excel หรือการสื่อสารภาษาอังกฤษมาอธิบายทักษะที่เกี่ยวข้อง
ก่อนสมัคร ลองฝึกทำตารางติดตามการจัดส่งจากข้อมูลสมมติ และเขียนอีเมลขอข้อมูลสินค้าที่ขาดให้ชัดเจน หากนำแบบฝึกไปใช้ประกอบการสมัคร ให้ระบุว่าเป็นงานฝึก เพื่อให้ผู้คัดเลือกแยกจากประสบการณ์ทำงานจริงได้
เลือกสถานที่ทำงานและรูปแบบงานให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน
หากต้องการหางานนำเข้าส่งออกในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง หรือจังหวัดที่คุณสะดวก ให้ใช้ชื่อพื้นที่ร่วมกับชื่อตำแหน่งในการค้นหา แล้วตรวจสถานที่ปฏิบัติงานจริงในประกาศ สำนักงานที่รับสมัครอาจเป็นคนละจุดกับโรงงาน คลังสินค้า หรือสถานที่ที่ต้องไปประสานงาน
ควรสอบถามวันทำงาน การทำงานวันเสาร์ การออกนอกสถานที่ และช่วงเวลาติดต่อคู่ค้าต่างประเทศ รวมถึงอุปกรณ์หรือค่าเดินทางที่บริษัทจัดให้ ประเด็นเหล่านี้ช่วยประเมินความเหมาะสมของงานได้มากกว่าดูเพียงระยะทางจากบ้านถึงสำนักงาน
เงินเดือนงานนำเข้าและส่งออกควรเปรียบเทียบอย่างไร?
ใช้ช่วงเงินเดือนในประกาศที่กำลังพิจารณาเป็นจุดเริ่มต้น แล้วเทียบกับขอบเขตหน้าที่ ประสบการณ์ที่ต้องใช้ ภาษา รูปแบบการขนส่ง และระดับความรับผิดชอบ ตำแหน่งชื่อเดียวกันอาจดูแลงานต่างกันมาก จึงไม่ควรสรุปความเหมาะสมจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว
แยกเงินเดือนประจำออกจากค่าล่วงเวลา เบี้ยเลี้ยง และโบนัสที่มีเงื่อนไข หากประกาศระบุว่า “ตามประสบการณ์” หรือ “ตามโครงสร้างบริษัท” ให้สอบถามช่วงเงินเดือนและองค์ประกอบรายได้ก่อนตัดสินใจ โดยเปรียบเทียบวันทำงาน ค่าเดินทาง และเวลาที่ใช้ไปด้วย
เขียนเรซูเม่สมัครงานนำเข้าส่งออกให้เห็นความสามารถชัดเจน
ระบุให้ชัดว่าเคยทำงานด้านนำเข้า ส่งออก หรือทั้งสองด้าน ดูแลสินค้าประเภทใด ใช้การขนส่งทางเรือ ทางอากาศ หรือทางบก และรับผิดชอบเอกสารหรือขั้นตอนใดด้วยตนเอง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้คัดเลือกเข้าใจความเหมาะสมได้เร็วกว่าคำว่า “ประสานงานทั่วไป”
ตัวอย่างถ้อยคำที่สามารถปรับให้ตรงกับประสบการณ์จริง:
“ประสานงานส่งออกทางเรือ ตรวจข้อมูล Commercial Invoice และ Packing List ติดตามกำหนดส่งสินค้ากับคลังสินค้าและผู้ให้บริการขนส่ง พร้อมสรุปสถานะให้ฝ่ายขาย”
หากมีผลงานวัดผลได้ ให้เพิ่มจำนวนงานหรือผลลัพธ์เฉพาะที่มีข้อมูลรองรับ เช่น ปริมาณรายการจัดส่งที่รับผิดชอบหรือเวลาที่ลดลงจากการปรับขั้นตอน พร้อมระบุช่วงเวลา สำหรับผู้จบใหม่ ให้เน้นสิ่งที่ทำได้จากการเรียน ฝึกงาน หรือแบบฝึกที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำเป็นต้องสร้างตัวเลขผลงาน
เตรียมตอบคำถามสัมภาษณ์งาน Import Export
เตรียมตัวอย่างที่แสดงวิธีตรวจสอบข้อมูล การจัดลำดับงาน และการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้อง โดยฝึกตอบคำถามต่อไปนี้
- ถ้าจำนวนสินค้าหรือน้ำหนักในเอกสารไม่ตรงกัน จะตรวจและประสานการแก้ไขอย่างไร?
- ถ้ากำหนดส่งสินค้ามีความเสี่ยงล่าช้า จะรวบรวมข้อมูลอะไรและแจ้งใครบ้าง?
- ถ้ามีหลายรายการต้องส่งในช่วงเดียวกัน จะจัดลำดับและติดตามงานอย่างไร?
- เคยใช้ภาษาอังกฤษหรือระบบติดตามงานในสถานการณ์ใด และรับผิดชอบส่วนไหนด้วยตนเอง?
อธิบายตามลำดับสถานการณ์ หน้าที่ของคุณ วิธีดำเนินการ และผลที่เกิดขึ้น หากยังไม่เคยเจอเหตุการณ์นั้น ให้ระบุว่าเป็นแนวทางที่คุณจะใช้ พร้อมชี้ว่าขั้นตอนไหนต้องขอข้อมูลหรือให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานนำเข้าและส่งออก
งาน Import Export ต่างจากงานโลจิสติกส์อย่างไร?
งาน Import Export เน้นกระบวนการนำสินค้าเข้าและส่งสินค้าออกระหว่างประเทศ ส่วนงานโลจิสติกส์มีขอบเขตกว้างกว่า เช่น การขนส่ง คลังสินค้า และการกระจายสินค้า ทั้งสองสายงานมีส่วนเกี่ยวข้องกัน จึงควรดูหน้าที่ในประกาศเพื่อให้รู้ว่างานนั้นเน้นด้านใด
ภาษาอังกฤษยังไม่คล่องควรเริ่มสมัครตำแหน่งไหน?
พิจารณาตำแหน่งที่ระดับภาษาในประกาศตรงกับความสามารถปัจจุบัน โดยตรวจว่าต้องอ่านเอกสาร เขียนอีเมล หรือสนทนามากน้อยเพียงใด พร้อมฝึกคำศัพท์และสถานการณ์ที่ใช้จริง ไม่ควรตีความว่างานเอกสารทุกตำแหน่งใช้ภาษาอังกฤษน้อย
งานชิปปิ้งต้องออกนอกสถานที่ทุกตำแหน่งหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับการแบ่งหน้าที่ของบริษัท บางตำแหน่งเน้นประสานงานในสำนักงาน ขณะที่บางตำแหน่งต้องติดต่อคลังสินค้า ท่าเรือ สนามบิน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรสอบถามความถี่ พื้นที่เดินทาง และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนรับงาน
เคยทำธุรการหรือประสานงานขาย ย้ายมาสายนี้ได้ไหม?
พิจารณาประกาศที่เปิดรับทักษะใกล้เคียง โดยแสดงประสบการณ์ตรวจเอกสาร ติดตามคำสั่งซื้อ ประสานหลายฝ่าย และใช้ตารางข้อมูล พร้อมเรียนรู้กระบวนการขนส่งระหว่างประเทศและคำศัพท์เฉพาะเพิ่มเติม การรับเข้าทำงานขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่นายจ้างกำหนด
ควรค้นหาด้วยชื่อตำแหน่งอะไรเพื่อให้เจองานที่ตรงขึ้น?
ลองใช้ทั้งชื่อไทยและอังกฤษ เช่น เจ้าหน้าที่นำเข้าส่งออก, Import Officer, Export Officer, Shipping Officer และ Export Documentation หากสนใจผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ ให้ลอง Customer Service Freight Forwarder หรือ Operations แล้วอ่านหน้าที่ประกอบทุกครั้ง
ค้นหางานนำเข้าและส่งออกที่เหมาะกับคุณบน JobHolic
เริ่มจากรายการงานในหมวดนี้ เลือกประกาศที่ขอบเขตหน้าที่ ภาษา และสถานที่ทำงานตรงกับคุณ จากนั้นปรับเรซูเม่ให้เชื่อมกับคุณสมบัติที่บริษัทต้องการ และดำเนินการสมัครตามช่องทางที่ระบุในประกาศแต่ละรายการ
หากยังไม่พบงานที่เหมาะ ลองค้นด้วยชื่อตำแหน่งใกล้เคียงหรือขยายพื้นที่ที่เดินทางสะดวก แล้วกลับมาตรวจประกาศอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับหน้าที่และเงื่อนไขการจ้างที่ตรงกับเป้าหมายการทำงานของคุณ