ไม่พลาดงานที่ใช่
รับประกาศงานใหม่ที่ตรงกับการค้นหานี้ ฟรี ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ
ค้นหางานการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้ตรงกับทักษะของคุณ
การหางานการตลาดและประชาสัมพันธ์ควรเริ่มจากการเลือกขอบเขตงานที่ต้องการทำ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนแคมเปญ การตลาดออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ การวิเคราะห์ผลโฆษณา หรือการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร จากนั้นจึงเปรียบเทียบหน้าที่ คุณสมบัติ และเงื่อนไขของแต่ละประกาศ เพื่อเลือกสมัครงานที่สอดคล้องกับประสบการณ์และเป้าหมายอาชีพของคุณ
ใช้หน้าหมวดนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหางาน Marketing และงาน PR โดยลองค้นทั้งชื่อตำแหน่งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น เจ้าหน้าที่การตลาด, Marketing Executive, Digital Marketing, Content Marketing, Social Media และ Public Relations พร้อมอ่านรายละเอียดว่าตำแหน่งนั้นรับผิดชอบงานด้านใดเป็นหลัก
ชื่อตำแหน่งและกลุ่มงานด้านล่างเป็นแนวทางสำหรับการค้นหาและเปรียบเทียบประกาศ ไม่ได้หมายความว่าทุกตำแหน่งกำลังเปิดรับในขณะเดียวกัน การสมัครงานควรยึดข้อมูลและสถานะของประกาศแต่ละรายการเป็นสำคัญ
งานการตลาดและประชาสัมพันธ์มีตำแหน่งอะไรบ้าง
งานเจ้าหน้าที่การตลาดและประสานงานการตลาด
คำค้นที่แนะนำ ได้แก่ เจ้าหน้าที่การตลาด, Marketing Officer, Marketing Executive และ Marketing Coordinator
งานกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการดำเนินแผนการตลาด เช่น ศึกษาข้อมูลลูกค้าและคู่แข่ง ประสานงานแคมเปญ จัดทำหรือประสานการผลิตสื่อ ดูแลงบประมาณกิจกรรม และรวบรวมผลการดำเนินงานเพื่อนำไปปรับปรุงแผนการตลาด ขอบเขตอาจครอบคลุมทั้งช่องทางออนไลน์และกิจกรรมนอกสถานที่ตามลักษณะธุรกิจของนายจ้าง
ก่อนสมัคร ควรตรวจสอบว่าตำแหน่งนี้เน้นการวางแผน การประสานงาน หรือการลงมือทำสื่อด้วยตนเอง รวมถึงต้องรับผิดชอบงานขายโดยตรงหรือไม่ สำหรับผู้ที่ถนัดจัดการงานหลายส่วน ควรนำเสนอประสบการณ์วางตารางงาน ประสานทีม และติดตามงานให้เสร็จตามกำหนดในเรซูเม่
งาน Digital Marketing และ Performance Marketing
คำค้นที่แนะนำ ได้แก่ การตลาดออนไลน์, Digital Marketing Executive, Digital Marketing Specialist และ Performance Marketing
งานการตลาดดิจิทัลเกี่ยวข้องกับการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและติดตามผลลัพธ์ ส่วนตำแหน่งที่เน้น Performance Marketing ควรพิจารณารายละเอียดด้านการจัดการโฆษณา การทดลองปรับแคมเปญ และการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น จำนวนคลิก การดำเนินการที่ต้องการให้ผู้ใช้ทำ และต้นทุนในการได้ลูกค้าหรือผลลัพธ์ที่กำหนด
ในการอ่านประกาศ ให้แยกให้ออกว่าบริษัทต้องการผู้วางกลยุทธ์ ผู้ดูแลโฆษณา ผู้วิเคราะห์ข้อมูล หรือผู้รับผิดชอบหลายส่วนร่วมกัน ควรถามเพิ่มเติมถึงช่องทางที่ต้องดูแล งบประมาณ ทีมสนับสนุน และเป้าหมายที่ใช้ประเมินผลงาน
ผู้สมัครที่มีประสบการณ์ควรเตรียมตัวอย่างแคมเปญ โดยอธิบายโจทย์ กลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ วิธีปรับปรุงงาน และผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้ แทนการระบุเพียงว่าเคยดูแลโฆษณาออนไลน์
งาน Content Marketing และ Social Media
คำค้นที่แนะนำ ได้แก่ Content Marketing, Content Creator, Social Media Executive, Social Media Specialist และ Social Media Manager
งานกลุ่มนี้เชื่อมโยงการวางแผนเนื้อหากับการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น จัดทำคอนเทนต์ ประสานตารางเผยแพร่ ดูแลการสื่อสารกับผู้ติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงเนื้อหา หน้าที่อาจเกี่ยวข้องกับบทความ ภาพ วิดีโอ หรือเนื้อหารูปแบบอื่นตามช่องทางที่รับผิดชอบ
ก่อนสมัครงานคอนเทนต์หรือโซเชียลมีเดีย ควรตรวจสอบว่าต้องคิดหัวข้อ เขียนบท ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ตัดต่อ หรือออกหน้ากล้องด้วยหรือไม่ รวมถึงต้องดูแลข้อความจากลูกค้าและรับผิดชอบยอดขายร่วมด้วยหรือเปล่า
พอร์ตที่เหมาะกับตำแหน่งนี้ควรแสดงมากกว่าภาพผลงานสวยงาม โดยอธิบายว่าเนื้อหาจัดทำขึ้นเพื่อใคร ต้องการสื่อสารอะไร เหตุใดจึงเลือกวิธีนำเสนอนั้น และมีข้อมูลใดช่วยประเมินว่าเนื้อหาตอบโจทย์หรือควรปรับปรุง
งาน SEO และการตลาดผ่านการค้นหา
คำค้นที่แนะนำ ได้แก่ SEO Executive, SEO Specialist, SEO Content และ Search Marketing
งาน SEO เกี่ยวข้องกับการปรับเนื้อหาและองค์ประกอบของเว็บไซต์เพื่อให้ค้นพบได้ผ่านเครื่องมือค้นหา รวมถึงศึกษาคำค้นและความต้องการของผู้ใช้ ติดตามข้อมูลเว็บไซต์ และประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของช่องทางการค้นหา
ผู้สมัครควรแยกประกาศที่เน้นการเขียนและปรับปรุงเนื้อหาออกจากประกาศที่ต้องทำงานด้านเทคนิคของเว็บไซต์ ตรวจสอบว่าต้องลงมือแก้ไขเว็บไซต์เองหรือทำงานร่วมกับนักพัฒนา และนายจ้างคาดหวังผลลัพธ์ด้านใดเป็นหลัก
ในการเตรียมพอร์ต สามารถเลือกกรณีศึกษาที่แสดงปัญหาเดิม แนวทางปรับปรุง และข้อมูลหลังดำเนินการ พร้อมระบุช่วงเวลาที่ติดตามผลและขอบเขตงานที่ตนเองรับผิดชอบจริง
งาน Brand Marketing และสื่อสารการตลาด
คำค้นที่แนะนำ ได้แก่ Brand Executive, Brand Marketing, Marketing Communications และ MarCom
สำหรับงานด้านแบรนด์และสื่อสารการตลาด ให้พิจารณาหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาทิศทางการสื่อสารให้สอดคล้องกับแบรนด์ การจัดทำแคมเปญ และการประสานสื่อหรือกิจกรรมต่าง ๆ งานการตลาดสามารถเกี่ยวข้องกับทั้งการใช้แนวทางของแบรนด์ การผลิตเนื้อหา และการติดตามผลของแคมเปญ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการโพสต์ประชาสัมพันธ์สินค้า
ก่อนสมัคร ควรตรวจสอบจำนวนแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องดูแล กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และระดับการมีส่วนร่วมในการวางแผน หากต้องการเติบโตไปทางกลยุทธ์ ควรเลือกงานที่เปิดโอกาสให้ศึกษาข้อมูลและเสนอแนวทาง ไม่ใช่พิจารณาจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว
สำหรับพอร์ต ควรแสดงความเชื่อมโยงระหว่างโจทย์ธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย แนวคิดการสื่อสาร และชิ้นงานที่นำไปใช้จริง
งานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
คำค้นที่แนะนำ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์, PR Officer, PR Executive, Public Relations, Corporate Communications และ Media Relations
งานประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ ชื่อเสียง และการสื่อสารขององค์กร หน้าที่อาจประกอบด้วยการเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ ประสานงานสื่อมวลชน จัดกิจกรรมสื่อสาร ติดตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์กร และจัดเตรียมข้อความสำหรับการสื่อสารในโอกาสต่าง ๆ
ก่อนสมัครงาน PR ควรตรวจสอบว่าเน้นสื่อสารกับสื่อมวลชน บุคคลภายนอก พนักงานภายใน หรือหลายกลุ่มร่วมกัน รวมถึงต้องใช้ภาษาอังกฤษ จัดเตรียมบทสัมภาษณ์ ประสานงานผู้บริหาร หรือร่วมงานนอกสถานที่มากน้อยเพียงใด
ผู้สมัครควรเตรียมตัวอย่างงานเขียนและงานประสานโครงการที่แสดงความถูกต้องของข้อมูล ความเหมาะสมของภาษา และความเข้าใจผู้รับสาร หากใช้ผลงานจากองค์กรเดิม ควรเลือกเฉพาะข้อมูลที่เผยแพร่ได้และไม่เปิดเผยรายละเอียดภายในที่ไม่ได้รับอนุญาต
งาน Event Marketing และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด
คำค้นที่แนะนำ ได้แก่ Event Marketing, Marketing Event, Marketing Activation และ Trade Marketing
สำหรับประกาศกลุ่มนี้ ควรตรวจรายละเอียดว่าต้องดูแลกิจกรรมประเภทใด เช่น งานเปิดตัวสินค้า กิจกรรมหน้าร้าน งานแสดงสินค้า หรือกิจกรรมร่วมกับคู่ค้า จากนั้นประเมินว่าหน้าที่เน้นวางแผน ประสานผู้จัดงาน ควบคุมงบประมาณ หรือปฏิบัติงานในพื้นที่
ประเด็นที่ควรถามให้ชัด ได้แก่ ความถี่ในการเดินทาง พื้นที่รับผิดชอบ ตารางปฏิบัติงาน การเตรียมอุปกรณ์ และวิธีประเมินความสำเร็จของกิจกรรม หากประกาศใช้ชื่อ Trade Marketing ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่าต้องทำงานร่วมกับฝ่ายขายหรือช่องทางจัดจำหน่ายในส่วนใด
พอร์ตควรอธิบายโจทย์ของกิจกรรม แผนดำเนินงาน ผู้เกี่ยวข้อง ปัญหาที่พบ และวิธีแก้ไข พร้อมแสดงบทบาทของตนเองให้ชัดเจน
คำค้นเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการงานเฉพาะทาง
นอกจากตำแหน่งข้างต้น ผู้ที่ต้องการเจาะจงลักษณะงานสามารถลองค้นด้วยคำว่า Influencer Marketing, KOL Marketing, CRM Marketing, Customer Insights, Market Research และ Marketing Analyst
ผู้ที่สนใจงานบริหารทีมอาจเพิ่มคำค้น Marketing Manager, Brand Manager, Digital Marketing Manager, PR Manager หรือ Head of Marketing แล้วตรวจสอบรายละเอียดเรื่องทีมที่ดูแล อำนาจตัดสินใจ งบประมาณ และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์
ใช้คำค้นเหล่านี้เพื่อขยายการค้นหาอย่างมีเป้าหมาย และเปรียบเทียบคุณสมบัติของแต่ละประกาศก่อนตัดสินใจสมัคร
เลือกสมัครงานการตลาดอย่างไรให้เหมาะกับประสบการณ์
เริ่มจากงานที่ต้องการทำจริง
ก่อนส่งใบสมัคร ลองสรุปให้ได้ว่าคุณต้องการใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานประเภทใด เช่น วิเคราะห์ข้อมูล วางแผนแคมเปญ เขียนคอนเทนต์ ผลิตวิดีโอ ประสานกิจกรรม หรือสื่อสารกับสื่อมวลชน แล้วใช้คำตอบนั้นตรวจสอบหน้าที่ในประกาศ
หากต้องการทำงานวิเคราะห์โฆษณา แต่รายละเอียดเน้นถ่ายวิดีโอและออกหน้ากล้องเป็นหลัก ควรพิจารณาว่างานนั้นสอดคล้องกับเป้าหมายของคุณหรือไม่ เช่นเดียวกับผู้ที่ต้องการทำ PR แต่พบว่าหน้าที่หลักคือโทรหาลูกค้าและปิดการขาย ก็ควรสอบถามขอบเขตงานให้ชัดก่อนสมัคร
ชื่อตำแหน่งเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหา แต่หน้าที่จริงควรเป็นหลักในการตัดสินใจ
เปรียบเทียบความรับผิดชอบกับทีมและทรัพยากร
เมื่ออ่านประกาศ ควรตรวจสอบจำนวนช่องทาง แบรนด์ หรือโครงการที่ต้องดูแล ตลอดจนทีมสนับสนุนที่มีอยู่ เช่น ผู้เขียนคอนเทนต์ นักออกแบบ ผู้ผลิตวิดีโอ นักพัฒนาเว็บไซต์ หรือเอเจนซีภายนอก
ตัวอย่างคำถามสำหรับการสัมภาษณ์ ได้แก่ “ตำแหน่งนี้ต้องผลิตสื่อเองทั้งหมดหรือทำงานร่วมกับทีมใดบ้าง” และ “ในช่วงเริ่มงาน บริษัทคาดหวังให้ปรับปรุงเรื่องใดก่อน”
คำตอบจะช่วยให้คุณประเมินความเหมาะสมของภาระงาน และเห็นภาพว่าต้องใช้ทักษะใดมากที่สุดในแต่ละวัน
ตรวจสอบเงินเดือนและผลตอบแทนให้แยกส่วน
ในการเปรียบเทียบข้อเสนอ ควรแยกเงินเดือนประจำออกจากโบนัส ค่าคอมมิชชัน เบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง และผลตอบแทนตามเป้าหมาย เพื่อดูว่ารายได้ส่วนใดได้รับแน่นอนและส่วนใดมีเงื่อนไข
หากประกาศระบุรายได้เป็นช่วงกว้าง ควรถามว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นฐานเงินเดือนหรือรวมผลตอบแทนส่วนอื่นแล้ว และใช้เกณฑ์ใดพิจารณาข้อเสนอสำหรับผู้สมัครแต่ละคน
ควรประเมินค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับงานด้วย เช่น การเดินทาง การใช้อุปกรณ์ส่วนตัว หรือการทำงานนอกสถานที่ อย่าตัดสินความเหมาะสมของข้อเสนอจากตัวเลขสูงสุดเพียงอย่างเดียว
อ่านรูปแบบการทำงานให้ละเอียด
ก่อนสมัครงานที่ระบุว่าเป็นงานออนไลน์ ควรตรวจสอบสถานที่ปฏิบัติงานแยกต่างหาก ไม่ควรสรุปจากชื่อ Digital Marketing หรือ Online Marketing ว่าเป็นงานทำจากที่บ้าน
สำหรับงานที่ระบุ Hybrid หรือ Remote ควรถามถึงวันเข้าออฟฟิศ การประชุม การถ่ายทำ การเข้าร่วมกิจกรรม และข้อกำหนดเรื่องพื้นที่ทำงาน ส่วนงานที่ต้องเดินทางควรตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบและเงื่อนไขค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน
เตรียมเรซูเม่และพอร์ตสมัครงานการตลาดและ PR อย่างไร
ทำให้เห็นความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร
เริ่มต้นเรซูเม่ด้วยสรุปประสบการณ์หรือทักษะที่ตรงกับงาน เช่น การวางแผนคอนเทนต์ การดูแลแคมเปญ การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ จากนั้นเลือกผลงานที่สนับสนุนข้อความดังกล่าว
แทนที่จะใช้ข้อความกว้าง ๆ เช่น “มีความคิดสร้างสรรค์และทำการตลาดได้” ควรอธิบายสิ่งที่เคยทำอย่างชัดเจน ตัวอย่างรูปแบบประโยคที่นำไปปรับใช้ได้ ได้แก่
วางแผนและประสานการผลิตคอนเทนต์สำหรับช่องทางของแบรนด์ โดยรับผิดชอบการกำหนดหัวข้อ จัดทำรายละเอียดงาน ติดตามการส่งมอบ และสรุปผลเพื่อนำไปปรับปรุงเนื้อหา
หรือสำหรับงานประชาสัมพันธ์:
จัดทำข่าวประชาสัมพันธ์และประสานงานกิจกรรมสื่อสารองค์กร พร้อมตรวจสอบข้อมูลและติดตามการอนุมัติข้อความก่อนเผยแพร่
ปรับข้อความให้ตรงกับประสบการณ์จริง และไม่ระบุหน้าที่ที่คุณไม่ได้รับผิดชอบ
เลือกผลงานที่อธิบายกระบวนการคิดได้
แนะนำให้เริ่มจากผลงานเด่นประมาณ 3–5 ชิ้น โดยเลือกให้สัมพันธ์กับตำแหน่งที่สมัคร แต่ละชิ้นควรอธิบาย โจทย์ กลุ่มเป้าหมาย บทบาทของคุณ วิธีดำเนินงาน และผลลัพธ์หรือบทเรียน
สำหรับงานคอนเทนต์ ให้แสดงเหตุผลที่เลือกหัวข้อและรูปแบบการนำเสนอ สำหรับงานโฆษณา ให้แสดงวิธีเลือกแนวทางและประเมินผล ส่วนงาน PR ควรแสดงความเข้าใจผู้รับสารและความรอบคอบในการสื่อสาร
ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกชิ้นงานที่เคยทำ หากผลงานบางส่วนไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ควรให้พื้นที่กับตัวอย่างที่ช่วยอธิบายความพร้อมของคุณได้ชัดกว่า
แยกผลงานส่วนตัวออกจากผลงานของทีม
เมื่อใช้ผลงานที่ทำร่วมกับผู้อื่น ควรระบุว่าคุณเป็นผู้วางแผน เขียนข้อความ ประสานงาน วิเคราะห์ข้อมูล หรือรับผิดชอบส่วนใด ไม่ควรนำผลลัพธ์ของทั้งทีมมาเขียนเสมือนเป็นผลงานของตนเองทั้งหมด
หากแสดงตัวเลข ควรระบุช่วงเวลาและบริบทที่จำเป็น รวมถึงตรวจสอบว่ามีสิทธิเปิดเผยข้อมูลนั้นหรือไม่ สำหรับข้อมูลภายใน ให้ปกปิดชื่อบุคคล รายละเอียดลูกค้า หรือข้อมูลทางธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาตก่อนนำไปใช้ในพอร์ต
ผู้ไม่มีประสบการณ์ใช้โครงการฝึกทำได้
ผู้ที่ยังไม่มีผลงานจากการทำงานประจำสามารถจัดทำโครงการฝึก เช่น แผนคอนเทนต์สำหรับธุรกิจสมมติ ตัวอย่างข่าวประชาสัมพันธ์ แผนสื่อสารกิจกรรม หรือการวิเคราะห์เว็บไซต์จากข้อมูลสาธารณะ
ควรระบุให้ชัดว่าเป็น โครงการฝึกหรือกรณีศึกษาที่จัดทำขึ้นเอง ไม่ใช่งานที่ได้รับว่าจ้างจากแบรนด์นั้น และไม่ควรใส่ผลลัพธ์ด้านยอดขายหรือประสิทธิภาพของแคมเปญที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง
สิ่งที่ควรนำเสนอคือความเข้าใจโจทย์ เหตุผลในการตัดสินใจ และแนวทางที่คุณจะใช้ตรวจสอบว่างานได้ผลหรือไม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครงานการตลาดและประชาสัมพันธ์
ไม่มีประสบการณ์ สมัครงานการตลาดได้ไหม
ให้เริ่มจากประกาศที่ระบุรับผู้ไม่มีประสบการณ์ ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่ หรือมีลักษณะเป็นงานฝึกงานและงานผู้ช่วย แล้วตรวจสอบคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการเป็นรายประกาศ
ในการเตรียมใบสมัคร ควรแสดงความพร้อมผ่านโครงการที่เคยทำ งานกิจกรรม งานอาสา หรือโครงการฝึกที่เกี่ยวข้อง พร้อมอธิบายว่าประสบการณ์นั้นนำมาใช้กับตำแหน่งได้อย่างไร ไม่ควรเขียนเพียงว่าพร้อมเรียนรู้โดยไม่มีตัวอย่างประกอบ
จบไม่ตรงสาย ควรสมัครงาน Marketing หรือ PR หรือไม่
ควรพิจารณาสมัครเมื่อคุณสมบัติของคุณสอดคล้องกับประกาศ โดยเฉพาะงานที่เปิดรับหลายสาขาหรือให้ความสำคัญกับทักษะและผลงาน หากนายจ้างกำหนดสาขาหรือประสบการณ์เฉพาะ ควรอ่านเงื่อนไขนั้นให้ครบก่อนส่งใบสมัคร
ในเรซูเม่ควรเชื่อมประสบการณ์เดิมกับงานใหม่อย่างชัดเจน เช่น ทักษะการเขียน การค้นคว้าข้อมูล การประสานงาน การนำเสนอ หรือการทำความเข้าใจปัญหาของลูกค้า และแนบผลงานที่แสดงว่าคุณนำทักษะเหล่านั้นมาใช้ได้จริง
สมัครงานการตลาดต้องทำกราฟิกและตัดต่อวิดีโอได้ทุกตำแหน่งหรือไม่
ให้ยึดหน้าที่และทักษะที่ระบุในประกาศ ไม่ควรเหมารวมว่าทุกตำแหน่งต้องรับผิดชอบงานผลิตสื่อทั้งหมด
ก่อนสมัคร ควรแยกให้ชัดว่านายจ้างต้องการคนคิดแนวทางและประสานการผลิต หรือคนที่ต้องลงมือออกแบบ ถ่ายทำ และตัดต่อเอง หากระบุเพียง “สามารถทำคอนเทนต์ได้” ควรถามเพิ่มเติมว่าหมายถึงงานรูปแบบใดและต้องทำถึงขั้นตอนไหน
Content Creator ควรค้นหาในหมวดการตลาดหรือหมวดออกแบบและคอนเทนต์
แนะนำให้ค้นหาทั้งสองหมวด แล้วพิจารณาจากหน้าที่จริง สำหรับงานที่คุณต้องการเน้นการวางแผนเนื้อหาเพื่อสื่อสารแบรนด์หรือสนับสนุนแคมเปญ ให้เริ่มค้นในหมวดการตลาดและประชาสัมพันธ์ด้วย
หากต้องการเน้นการเขียนบท ออกแบบ ถ่ายทำ หรือตัดต่อเป็นหลัก ควรเปิดดูหมวดออกแบบ คอนเทนต์ และสื่อบันเทิงเพิ่มเติม เพื่อไม่จำกัดการค้นหาไว้เพียงหมวดเดียว
อ่านประกาศแล้วไม่แน่ใจว่าเป็นงานการตลาดหรืองานขาย ควรดูอะไร
ให้ตรวจสอบหน้าที่หลักและเกณฑ์ประเมินผลงาน โดยถามให้ชัดว่าต้องรับผิดชอบการวางแผนและดำเนินกิจกรรมการตลาด หรือเน้นติดต่อผู้มุ่งหวัง เสนอสินค้า และปิดการขายโดยตรง
หากตำแหน่งรับผิดชอบทั้งสองด้าน ควรถามสัดส่วนงาน เป้าหมายที่ต้องรับผิดชอบ และโครงสร้างผลตอบแทน เพื่อประเมินว่าสอดคล้องกับงานที่คุณต้องการหรือไม่
เริ่มค้นหางานการตลาดและประชาสัมพันธ์กับ JobHolic
ค้นหาประกาศในหมวดการตลาดและประชาสัมพันธ์ด้วยชื่อตำแหน่ง บริษัท ทักษะ หรือคำสำคัญ แล้วใช้ตัวกรองสถานที่ทำงาน ประเภทงาน วันที่ประกาศ และเงินเดือนขั้นต่ำ เพื่อช่วยจำกัดผลลัพธ์ให้ตรงกับความต้องการของคุณมากขึ้น
ก่อนสมัครแต่ละตำแหน่ง ควรอ่านหน้าที่ คุณสมบัติ สถานที่ปฏิบัติงาน และวิธีสมัครให้ครบ จากนั้นปรับเรซูเม่และเลือกพอร์ตที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นโดยเฉพาะ หากยังไม่พบประกาศที่เหมาะ ลองเปลี่ยนคำค้นระหว่างภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ หรือขยายการค้นหาไปยังตำแหน่งใกล้เคียงตามทักษะที่คุณมี
เลือกงานจากหน้าที่ที่ต้องการทำจริง พร้อมเปรียบเทียบเงื่อนไขให้รอบด้าน แล้วเริ่มค้นหางานการตลาดและประชาสัมพันธ์กับ JobHolic