ไม่พลาดงานที่ใช่
รับประกาศงานใหม่ที่ตรงกับการค้นหานี้ ฟรี ส่งตรงถึงอีเมลของคุณ
ค้นหางานโรงแรมและท่องเที่ยวให้ตรงกับความถนัด
กำลังมองหางานโรงแรม งานรีสอร์ท งานบริษัททัวร์ หรืองานบริการการเดินทางอยู่หรือไม่? เริ่มต้นค้นหาประกาศในหมวดโรงแรม ท่องเที่ยว และการเดินทางบน JobHolic แล้วเลือกพิจารณางานจากหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทักษะที่ใช้ สถานที่ทำงาน และเงื่อนไขที่เหมาะกับคุณ ไม่ว่าจะต้องการทำงานบริการผู้เข้าพัก ดูแลห้องพัก รับจองที่พัก ประสานงานทัวร์ หรือให้บริการด้านการเดินทาง
ก่อนสมัคร ควรอ่านรายละเอียดให้มากกว่าชื่อตำแหน่ง โดยเฉพาะเวลาทำงาน การเข้ากะ ความสามารถด้านภาษา เงินเดือน และสวัสดิการที่ระบุไว้ การเลือกงานที่สอดคล้องกับความพร้อมของตนเองจะช่วยให้คุณเตรียมใบสมัครและพูดคุยกับนายจ้างได้ตรงประเด็นมากขึ้น
ตำแหน่งที่อธิบายด้านล่างเป็นตัวอย่างสายงานสำหรับใช้ประกอบการค้นหา ส่วนตำแหน่งที่เปิดรับจริงให้ตรวจสอบจากประกาศที่แสดงในหน้านี้
งานโรงแรมและรีสอร์ทมีตำแหน่งอะไรบ้าง?
พนักงานต้อนรับและบริการแขก — Front Office / Guest Service
งานต้อนรับโรงแรมเกี่ยวข้องกับการรับลงทะเบียนเข้าพัก จัดการข้อมูลห้องพัก ให้ข้อมูลบริการ ตรวจสอบรายการค่าใช้จ่าย และประสานงานเมื่อผู้เข้าพักต้องการความช่วยเหลือ ตัวอย่างชื่อที่ใช้ค้นหา ได้แก่ Front Desk Agent, Receptionist และ Guest Service Agent ทั้งนี้ ขอบเขตงานต้องพิจารณาจากประกาศแต่ละแห่ง
ผู้สนใจงานกลุ่มนี้ควรเตรียมตัวอย่างประสบการณ์ที่แสดงถึงการสื่อสารอย่างสุภาพ การรับมือข้อร้องเรียน และการส่งต่อข้อมูลให้เพื่อนร่วมงานอย่างครบถ้วน พร้อมตรวจสอบว่าตำแหน่งนั้นต้องทำงานเป็นกะหรือรับผิดชอบงานช่วงกลางคืนด้วยหรือไม่
เจ้าหน้าที่สำรองห้องพัก — Reservation Agent / Reservation Officer
งานสำรองห้องพักเน้นรับและยืนยันการจอง ตรวจสอบห้องว่าง บันทึกข้อมูลผู้เข้าพัก และสื่อสารรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเข้าพัก จึงต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลและการติดตามรายการจอง
ก่อนสมัคร แนะนำให้อ่านว่าประกาศกำหนดให้ดูแลช่องทางใดบ้าง เช่น โทรศัพท์ อีเมล หรือระบบจองที่บริษัทใช้ และต้องรับผิดชอบงานขายร่วมด้วยหรือไม่ สำหรับผู้ที่เคยทำงานเอกสาร ประสานงาน หรือบริการลูกค้า ควรอธิบายให้ชัดว่าประสบการณ์เดิมเชื่อมโยงกับงานรับจองอย่างไร
แม่บ้านโรงแรมและพนักงานดูแลห้องพัก — Housekeeping / Room Attendant
งานแม่บ้านโรงแรมเกี่ยวข้องกับการเตรียมห้องพักให้สะอาดและพร้อมใช้งาน เปลี่ยนผ้าและของใช้ ดูแลพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย และรายงานสิ่งชำรุดหรือปัญหาที่พบ ส่วนระดับหัวหน้างานอาจมีหน้าที่จัดสรรงาน ตรวจห้อง และดูแลมาตรฐานการทำงานของทีมเพิ่มเติม
ผู้สมัครควรตรวจสอบให้ชัดว่าเป็นงานดูแลห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง หรืองานซักรีด รวมถึงถามถึงลักษณะการจัดทีม อุปกรณ์ที่ใช้ และการฝึกสอนก่อนเริ่มงาน เพื่อประเมินความพร้อมของตนเองได้เหมาะสม
หัวหน้างานและผู้จัดการโรงแรม — Supervisor / Hotel Manager
งานบริหารโรงแรมอาจครอบคลุมการดูแลทีมบริการ การจัดตารางงาน การควบคุมงบประมาณ การจัดการข้อร้องเรียน และการประสานงานระหว่างแผนก ขอบเขตความรับผิดชอบอาจกว้างทั้งสถานประกอบการ หรือจำกัดอยู่ในแผนกใดแผนกหนึ่งตามโครงสร้างของโรงแรม
สำหรับการสมัครระดับหัวหน้างาน ควรระบุประสบการณ์บริหารทีม การสอนงาน การแก้ปัญหาหน้างาน และผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรเขียนเพียงว่า “ดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด” โดยไม่มีตัวอย่างประกอบ
หากต้องการทำงานด้านยอดขายหรือรายได้ของโรงแรม แนะนำให้ค้นหาชื่อตำแหน่งเฉพาะเพิ่มเติม เช่น Hotel Sales, Sales Coordinator หรือ Revenue Management แล้วอ่านรายละเอียดว่าเน้นการขาย การประสานงาน หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นหลัก
งานบริษัททัวร์และบริการการเดินทางมีลักษณะอย่างไร?
เจ้าหน้าที่ประสานงานทัวร์ — Tour Coordinator / Tour Operations
สำหรับผู้สนใจงานประสานงานทัวร์ ให้มองหารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเตรียมกำหนดการเดินทาง ประสานงานที่พักและการเดินทาง ตรวจสอบต้นทุน และดูแลข้อมูลลูกค้าหรือผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดและขายบริการท่องเที่ยว
ก่อนสมัคร ควรตรวจสอบว่าตำแหน่งเน้นประสานงานอยู่ในสำนักงาน ต้องออกเดินทางร่วมกับคณะ หรือทำทั้งสองส่วน รวมถึงใครเป็นผู้รับผิดชอบเมื่อต้องแก้ไขรายการจองหรือเปลี่ยนแผนกะทันหัน
ความชอบเดินทางสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการอธิบายความสนใจได้ แต่ควรแสดงทักษะการจัดลำดับงาน การตรวจเอกสาร และการติดตามรายละเอียดควบคู่กันด้วย
ที่ปรึกษาการเดินทางและฝ่ายขายทัวร์ — Travel Consultant / Tour Sales
งานที่ปรึกษาการเดินทางเกี่ยวข้องกับการสอบถามความต้องการของลูกค้า ช่วยเลือกหรือจัดแผนการเดินทาง จองบริการ และดูแลปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการจอง บางตำแหน่งมีเป้าหมายการขายและการติดตามผลการขายร่วมด้วย
ผู้สมัครควรอ่านให้ชัดว่าเป็นการขายแพ็กเกจสำเร็จรูป ออกแบบการเดินทางตามความต้องการ หรือให้บริการลูกค้าองค์กร หากประกาศระบุค่าคอมมิชชั่น ควรถามถึงวิธีคำนวณ เงื่อนไขการรับ และกรณีที่ลูกค้ายกเลิกหรือเปลี่ยนรายการ ก่อนนำรายได้ส่วนนั้นมาใช้ประเมินข้อเสนองาน
เจ้าหน้าที่สำรองและออกบัตรโดยสาร — Ticketing / Reservation Agent
งานกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการสำรองที่นั่ง ตรวจสอบตารางและรายละเอียดการเดินทาง จัดเตรียมเอกสารหรือบัตรโดยสาร รวมถึงแจ้งข้อมูลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ผู้สมัครจึงควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องของชื่อผู้เดินทาง วันเวลา เส้นทาง และรายละเอียดการจอง
ก่อนส่งใบสมัคร ให้ตรวจสอบว่าบริษัทต้องการประสบการณ์ใช้ระบบใด ต้องสามารถดำเนินการเรื่องเปลี่ยนบัตรโดยสารหรือคืนเงินได้เองหรือไม่ และมีการฝึกอบรมสำหรับผู้เริ่มต้นหรือไม่ อย่าระบุว่าใช้ระบบได้คล่องหากเคยเพียงทดลองใช้งานหรือเรียนเบื้องต้น
สำหรับประกาศที่เกี่ยวข้องกับสนามบินหรือบริการผู้โดยสาร ควรตรวจสอบชื่อผู้ว่าจ้างและสถานที่ปฏิบัติงานจริงให้ชัดเจน ไม่ควรสรุปจากสถานที่ทำงานเพียงอย่างเดียวว่าเป็นการจ้างตรงโดยสายการบิน
เลือกสมัครงานอย่างไรให้เหมาะกับประสบการณ์?
ผู้จบใหม่หรือยังไม่มีประสบการณ์ ควรเริ่มจากประกาศที่ระบุว่ายินดีรับนักศึกษาจบใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ หรือมีการฝึกสอนงาน จากนั้นตรวจสอบคุณสมบัติอื่นควบคู่กัน เช่น ภาษา เวลาทำงาน และสถานที่ปฏิบัติงาน ไม่ควรใช้คำว่า “ระดับเริ่มต้น” เป็นเหตุผลให้ละเลยรายละเอียดที่นายจ้างกำหนด
ประสบการณ์ฝึกงาน งานพาร์ตไทม์ หรือการประสานงานกิจกรรมสามารถนำมาอธิบายในใบสมัครได้ โดยเน้นสิ่งที่ทำจริง เช่น รับคำถามผู้เข้าร่วม ดูแลเอกสาร ตรวจสอบรายชื่อ หรือประสานงานหลายฝ่าย แทนการเขียนเพียงว่าเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี
ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน ควรเลือกตำแหน่งจากทักษะที่นำมาใช้ต่อได้ ตัวอย่างเช่น ผู้มีประสบการณ์บริการลูกค้าอาจพิจารณางานดูแลแขกหรือดูแลการจอง ส่วนผู้ที่ถนัดเอกสารและการติดตามงานอาจพิจารณางานประสานงาน ทั้งนี้ ต้องเทียบกับหน้าที่และคุณสมบัติในประกาศแต่ละรายการ
ผู้มีประสบการณ์ในสายงานอยู่แล้ว ควรพิจารณามากกว่าชื่อตำแหน่งที่สูงขึ้น โดยดูขนาดทีม ขอบเขตอำนาจตัดสินใจ งานที่ต้องรับผิดชอบจริง และเป้าหมายของตำแหน่ง เพื่อให้การย้ายงานตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาอาชีพและรูปแบบชีวิตที่ต้องการ
เตรียมเรซูเม่สมัครงานโรงแรมและท่องเที่ยวอย่างไร?
เรซูเม่ควรทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าคุณเหมาะกับตำแหน่งใด เคยทำงานอะไร และมีทักษะที่นำมาใช้กับหน้าที่นั้นได้อย่างไร แนะนำให้ปรับรายละเอียดให้ตรงกับประกาศแต่ละตำแหน่ง แทนการใช้ข้อความเดียวสมัครทุกงาน
ระบุประสบการณ์เป็นหน้าที่ที่ชัดเจน เช่น การรับลงทะเบียนเข้าพัก การตอบอีเมลยืนยันการจอง การจัดเตรียมข้อมูลคณะเดินทาง หรือการประสานงานกับผู้ให้บริการ โดยเลือกเฉพาะสิ่งที่คุณเคยรับผิดชอบจริง
ตัวอย่างแนวทางเขียนประสบการณ์สำหรับผู้ที่เคยทำงานต้อนรับ:
ดูแลการเช็กอินและเช็กเอาต์ ตรวจสอบข้อมูลการจอง ประสานงานเรื่องความพร้อมของห้องพัก และส่งต่อคำขอของผู้เข้าพักให้แผนกที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างแนวทางเขียนประสบการณ์สำหรับผู้ที่เคยประสานงานท่องเที่ยว:
จัดเตรียมกำหนดการและเอกสารการเดินทาง ประสานงานที่พักและรถรับส่ง ตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล และติดตามการยืนยันบริการก่อนวันเดินทาง
ข้อความตัวอย่างควรปรับให้ตรงกับประสบการณ์ของคุณ ไม่ควรคัดลอกไปใช้หากไม่ได้ทำหน้าที่ดังกล่าว
อธิบายความสามารถด้านภาษาให้เห็นการใช้งานจริง เช่น สามารถตอบอีเมลเรื่องการจอง ให้ข้อมูลบริการ หรือสนทนาเพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้นได้ หากมีผลทดสอบภาษา ควรระบุข้อมูลตามจริง และตรวจสอบว่าประกาศกำหนดผลทดสอบหรือระดับภาษาไว้หรือไม่
ระบุระบบและเครื่องมือที่เคยใช้ให้ตรงกับความสามารถ โดยแยกให้ชัดระหว่างเคยเรียน เคยใช้งานภายใต้การดูแล และสามารถใช้งานได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ควรแจ้งพื้นที่ที่พร้อมทำงาน วันเริ่มงาน และความพร้อมในการเข้ากะตามที่เป็นจริง
เงินเดือน Service Charge และเงื่อนไขงานที่ควรตรวจสอบ
ก่อนเปรียบเทียบข้อเสนองาน แนะนำให้แยกข้อมูลออกเป็นรายได้ที่ยืนยันได้ รายได้ที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ เพราะตัวเลขที่เห็นในประกาศเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับตัดสินใจ
แยกเงินเดือนประจำออกจากรายได้ที่มีเงื่อนไข
เมื่อประกาศระบุ Service Charge ค่าคอมมิชชั่น ทิป หรือเบี้ยเลี้ยง ควรขอรายละเอียดว่ายอดดังกล่าวรวมอยู่ในเงินเดือนที่แจ้งแล้วหรือเป็นรายได้เพิ่มเติม และใช้เงื่อนไขใดในการจ่าย
สำหรับ Service Charge ควรถามว่าเป็นยอดที่รับประกันหรือเปลี่ยนแปลงได้ มีหลักเกณฑ์การแบ่งอย่างไร เริ่มมีสิทธิรับเมื่อใด และยอดที่นำมาอธิบายเป็นข้อมูลของช่วงเวลาใด อย่าใช้ยอดที่ไม่มีการรับประกันเป็นฐานวางแผนค่าใช้จ่ายประจำทั้งหมด
หากประกาศใช้คำว่า “รายได้รวม” แนะนำให้ขอแยกองค์ประกอบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เปรียบเทียบกับข้อเสนอจากนายจ้างรายอื่นได้บนข้อมูลเดียวกัน
ตรวจสอบเวลางาน การเข้ากะ และการเดินทาง
ก่อนตอบรับงาน ควรถามถึงเวลาเริ่มและเลิกงาน การหมุนเวียนกะ การประกาศตารางล่วงหน้า และสถานที่ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะงานที่อาจเลิกดึกหรือเริ่มเช้ามาก ควรประเมินการเดินทางกลับที่พักให้พร้อม
สำหรับงานประสานงานทัวร์หรือการเดินทาง ให้ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าต้องออกต่างจังหวัด ค้างคืน หรือติดต่อประสานงานนอกเวลาที่กำหนดหรือไม่ และบริษัทจัดการค่าใช้จ่ายหรือการชดเชยส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างไร
อ่านรายละเอียดที่พัก อาหาร และสวัสดิการประกอบ
หากประกาศระบุว่ามีที่พักพนักงาน ควรถามถึงสถานที่ตั้ง รูปแบบห้อง จำนวนผู้พักร่วม ค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ และการเดินทางระหว่างที่พักกับที่ทำงาน ไม่ควรสรุปว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพียงเพราะใช้คำว่า “มีที่พัก”
ในทำนองเดียวกัน สวัสดิการอาหาร ชุดทำงาน หรือรถรับส่ง ควรตรวจสอบว่าครอบคลุมกรณีใดบ้างและมีข้อจำกัดอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อต้องย้ายพื้นที่ทำงาน ควรนำข้อมูลเหล่านี้มาประเมินร่วมกับค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายเริ่มต้นด้วย
วิธีค้นหางานหมวดนี้บน JobHolic
เริ่มจากพิมพ์ชื่อตำแหน่งหรือคีย์เวิร์ดที่ต้องการ แล้วเลือกสถานที่ทำงาน ประเภทงาน หรือเงื่อนไขอื่นจากตัวกรองที่มีอยู่ในหน้า ก่อนเปิดอ่านรายละเอียดประกาศที่ตรงกับความสนใจ หน้าหมวดนี้มีช่องค้นหาคีย์เวิร์ด ตัวกรองพื้นที่ ประเภทงาน และเงินเดือนขั้นต่ำให้ใช้ประกอบการค้นหา
แนะนำให้ลองค้นหาชื่อตำแหน่งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแยกกัน เช่น “พนักงานต้อนรับ” กับ “Front Office” หรือ “สำรองห้องพัก” กับ “Reservation” แล้วพิจารณาหน้าที่จริงของแต่ละประกาศ ไม่ควรตัดสินจากชื่อภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว
เมื่อพบงานที่สนใจ ให้ตรวจสอบชื่อผู้ว่าจ้าง สถานที่ทำงาน หน้าที่ คุณสมบัติ รายได้ และวิธีสมัคร จากนั้นเตรียมเรซูเม่ให้สอดคล้องกับประกาศ และดำเนินการตามช่องทางที่ระบุไว้
หากยังไม่พบงานที่ตรงกับความต้องการ สามารถใช้แบบฟอร์มรับแจ้งเตือนงานทางอีเมลที่ปรากฏในหน้า เพื่อเลือกติดตามหมวดและพื้นที่ที่สนใจได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครงานโรงแรมและท่องเที่ยว
ต้องเรียนจบด้านการโรงแรมหรือการท่องเที่ยวโดยตรงหรือไม่?
ให้ยึดคุณสมบัติในประกาศเป็นหลัก หากนายจ้างระบุว่าสาขาอื่นสมัครได้หรือพิจารณาประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง คุณควรอธิบายว่าทักษะของตนเองเชื่อมโยงกับหน้าที่นั้นอย่างไร แต่หากมีข้อกำหนดเฉพาะที่ยังไม่ชัดเจน ควรสอบถามก่อนส่งใบสมัคร ไม่ควรสรุปว่าทุกตำแหน่งใช้เกณฑ์การศึกษาเหมือนกัน
ภาษาอังกฤษยังไม่คล่อง ควรเลือกสมัครอย่างไร?
เริ่มจากอ่านว่าตำแหน่งต้องใช้ภาษาในสถานการณ์ใด เช่น สนทนากับผู้เข้าพัก ตอบอีเมล หรือประสานงานกับผู้ให้บริการ แล้วประเมินความสามารถของตนเองตามจริง หากรายละเอียดระบุเพียงว่า “สื่อสารได้” ควรสอบถามระดับที่ต้องใช้ พร้อมยกตัวอย่างสิ่งที่คุณทำได้ แทนการบอกว่าภาษาอังกฤษดีโดยไม่มีรายละเอียด
งานโรงแรมต้องทำงานเป็นกะทุกตำแหน่งหรือไม่?
ควรตรวจสอบเป็นรายตำแหน่ง ไม่ควรสรุปจากชื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น งานแม่บ้านโรงแรมอาจมีการทำงานเป็นกะหรือทำงานวันหยุดตามตาราง ส่วนงานบริหารก็อาจต้องทำงานนอกเวลาสำนักงานปกติได้ จึงควรถามเวลาปฏิบัติงานจริงก่อนตัดสินใจ
ทำงานบริษัททัวร์ต้องออกเดินทางตลอดหรือไม่?
ไม่ควรสรุปเช่นนั้นจากคำว่า “บริษัททัวร์” เพียงอย่างเดียว งานที่ปรึกษาการเดินทางมีหน้าที่ด้านการให้คำแนะนำ จองบริการ และดูแลลูกค้า ซึ่งอาจทำงานจากสำนักงานหรือศูนย์บริการได้ ผู้สมัครควรถามว่าตำแหน่งที่สนใจต้องเดินทางด้วยหรือไม่ และมีสัดส่วนงานแต่ละส่วนอย่างไร
ประกาศระบุเงินเดือนพร้อม Service Charge ควรถามอะไรเพิ่มเติม?
ควรถามว่าเงินเดือนที่แจ้งรวม Service Charge แล้วหรือยัง ส่วนใดเป็นยอดประจำ ส่วนใดขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และเริ่มได้รับเมื่อใด หากนายจ้างยกตัวอย่างยอดรายได้ที่ผ่านมา ควรถามด้วยว่าเป็นข้อมูลช่วงใด เพื่อไม่ให้เข้าใจว่ายอดตัวอย่างเป็นรายได้ที่รับประกันทุกเดือน
เริ่มค้นหางานโรงแรม ท่องเที่ยว และการเดินทางกับ JobHolic
เลือกดูประกาศที่ตรงกับตำแหน่ง พื้นที่ และประสบการณ์ของคุณ แล้วเปรียบเทียบหน้าที่ เวลางาน รายได้ และเงื่อนไขสำคัญก่อนสมัคร การเตรียมข้อมูลให้พร้อมจะช่วยให้คุณพูดคุยกับนายจ้างได้ชัดเจน และตัดสินใจจากรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับชีวิตการทำงานจริง
หากสนใจงานใกล้เคียง สามารถดูหมวด หางานร้านอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับงานครัวและงานบริการอาหาร หมวด หางานบริการลูกค้าและคอลเซ็นเตอร์ หรือหมวด หางานธุรการ เลขานุการ และประสานงาน ประกอบการค้นหาเพิ่มเติมได้ โดย JobHolic มีหน้าหมวดเหล่านี้แยกไว้แล้ว
เริ่มจากประกาศที่ตรงกับคุณ ตรวจสอบรายละเอียดให้ครบ และส่งใบสมัครตามช่องทางที่แต่ละประกาศกำหนด